A Silver Lining

เมธาวี อ่างทอง
ดีไซเนอร์แบรนด์ BLACK SUGAR

เจ้าของเรือนผมสีดอกเลาเงาสลวย สวมเสื้อผ้าสีดำดีไซน์เท่ และเรียบโก้ ที่ได้ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า มีชื่อว่า เมธาวี อ่างทอง เธอคือผู้หญิงที่ไม่เคยคิดใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ และเป็นผู้หญิงที่มีพลังล้นเหลือในการลงมือทำในสิ่งที่หลงใหล เธอเคยเป็นอดีตข้าราชการกินเงินเดือน ทว่าในวันนี้ได้ก้าวสู่การเป็นดีไซเนอร์ที่ได้นำพาแบรนด์ BLACK SUGAR ให้ก้าวไกลสู่รันเวย์ระดับโลก MQ Vienna Fashion Week 2016 ในวัย 59 ปี

ลิปส์: ชีวิตในวัยเด็กของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะ

เมธาวี: เราเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะมากนัก พออายุ 7 ขวบถูกส่งไปอยู่กับลุงกับป้าที่ลพบุรี ทุรกันดารมาก ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องเดินไปโรงเรียนไกลถึง 3 กม. และมักถูกนักเรียนรุ่นพี่รังแกอยู่เสมอ ต่อยตีกับเด็กโตๆ เราตัวคนเดียวเหมือนสู้ไม่ได้ แต่เราชอบวาดรูป วาดเสื้อผ้าตุ๊กตา ระบายสี คิดว่าวาดเก่งกว่าใครภายในห้อง เพื่อนก็ชม อาจเป็นพรสวรรค์ที่เราไม่รู้ ทั้งๆ ที่เราชอบเรียนหนังสือ แต่ก็เรียนได้แค่ ป.4 เพราะแม่ไม่มีเงินส่งเสีย จนโตขึ้นก็ทำงานโรงงาน แต่ก็ไม่ละทิ้งความฝันว่าจะต้องเรียนต่อ เราเรียนภาคค่ำจนจบ ม.ศ.3 ได้เป็นครูอนุบาล แล้วก็ไปเรียนพาณิชย์ภาคค่ำจนจบ ปวช. และด้วยความอยากเรียนต่อ ปวส. จึงทำงานหาเงินค่าเทอมด้วยการขายขนมแกะขนุนขาย เรียนจบก็สอบติดเป็นข้าราชการเต็มตัวในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำงานในแผนกการเงิน วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี ระหว่างรับราชการมีเวลาว่างก็อยากมีรายได้เสริม เราชอบศิลปะ ชอบทำงานประดิดประดอย ก็ไปเรียนตัดเสื้อแล้วตัดสินใจซื้อจักรเย็บผ้าราคา 20,000 กว่าบาท คือเงินเดือนข้าราชการตอนนั้นแค่ 1,700 บาท คิดดูว่ากี่ปีจะได้ค่าจักร

ลิปส์: พอได้จักรราคาแพงมา คุณคิดว่า จะต่อยอดงานอย่างไร

เมธาวี: พอดีมีเพื่อนทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าเด็ก ก็ไปปรึกษาเพื่อนว่าอยากทำเสื้อผ้าเด็กส่งออก จึงเกิดการรวมตัวกลุ่มเพื่อนที่มีจักรมาทำเสื้อผ้าเด็กส่งออกร่วมกัน เราออกแบบเองด้วย ขายดีมากเกินความคาดหมาย จากจักร 2 ตัว 3 ตัว ต้องขยายคนขยายงาน เลยตัดสินใจลาออกจากราชการ จ้างช่างแพตเทิร์น จ้างดีไซเนอร์ สรุปแล้ว ไม่รอด ก็คิดว่าเราจะต้องไปเรียนเพื่อที่จะทำทุกอย่างได้เอง ตอนนั้นอายุ 31 ย่าง 32 ก็ไปเรียนดีไซน์ เรียนแพตเทิร์น ที่สถาบันแดงดีไซน์ จบแดงดีไซน์ก็ไปเรียนระพี จนทำเองได้ทุกสิ่งอย่าง ระหว่างที่ดำเนินกิจการมาเรื่อยๆ ใจยังคิดจะเรียนต่อไปอีก ยังไม่สะใจ ด้วยความที่เราอยากรู้ ชอบทางด้านศิลปะ ก็เลยไปเรียนต่อที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ เป็นหลักสูตรจาก ประเทศอิตาลี ได้เรียนอีกแล้วคงสะใจ แต่ก็ยังไม่พออีก เราไปเรียนหลักสูตรต่อเนื่อง สาขาวิชา การออกแบบเครื่องแต่งกายของมหาวิทยาลัยศิลปากร จนจบปริญญาตรีตอนอายุ 48 ปี และเรียนต่อจนจบปริญญาโทตอนอายุ 55 ปี หลักสูตรเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสิ่งทอและการจัดการสินค้าแฟชั่น ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ลิปส์: เคยมีคนถามไหมว่า เป็นผู้หญิงอายุก็มากแล้ว จะเรียนไปทำไมมากมาย

เมธาวี: ใช่ค่ะ หลายคนคิดอย่างนั้น แต่เราคิดว่า อย่าไปทำตัวแก่ ผู้หญิงเราถ้าทำตัวแก่ จบเลย อีกอย่างการศึกษามันพัฒนาได้เรื่อยๆ เราไม่เคยมองชีวิตว่ามันไปต่อไม่ได้ เราเชื่อว่าไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไปต่อได้ ไปให้สุด

ลิปส์: ทราบว่า ธุรกิจเสื้อผ้าเด็กของคุณมาสะดุดตอนปี พ..2544 ที่ฟองสบู่แตก ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ

เมธาวี: ถึงขั้นล้มละลายเลยค่ะ (หัวเราะ) ก็โซเซอยู่พักใหญ่ แล้วก็ลุกมาทำเสื้อผ้าเด็กต่อ เพราะว่าลูกค้ายังติดตาม จนธุรกิจดำเนินมาถึงปี พ.ศ.2557 ก็เกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ แบ่งเป็นสองสี ครั้งนี้ธุรกิจล้มอีกครั้ง จนเราก็บอกกับตัวเองว่าจะขอทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ คือจะลองขายเสื้อผ้าผู้ใหญ่สีขาวดำตามคาแร็กเตอร์ที่เราเป็น ชื่อที่คิดก็มาเลย เป็น Black Sugar เพราะมั่นใจว่าจะทำเป็นสีขาวดำแน่ๆ ส่วน Sugar ก็เหมือนกับผู้หญิงก็ต้องมีความหวานซ่อนเปรี้ยวสักหน่อยถึงลงตัว

ลิปส์: Black Sugar ได้ไปแสดงแฟชั่นโชว์ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในเวที MQ Vienna Fashion Week 2016 คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

เมธาวี: เราได้ไปออกงาน BIFF&BIL ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทางเจ้าของงานที่เวียนนาแฟชั่นวีค เขามาเจอแบรนด์เราเขาก็ชอบ เลยชวนให้ไปเดินอวดโฉมบนรันเวย์ MQ Vienna Fashion Week 2016 ซึ่งเราเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เล็กๆ การได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นนับเป็นความภาคภูมิใจในชีวิต เป็นโอกาสที่ดี และทำให้เรามองเห็นภาพความสวยงามในชีวิตที่สดชัด อันเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมแพ้

ลิปส์: คุณรู้สึกอย่างไรเวลาที่ได้เห็นผู้หญิง คนหนึ่งใส่เสื้อผ้าแบรนด์ Black Sugar

เมธาวี: ดีใจมาก บางคนทำผมสกินเฮดแล้วใส่กางเกงเรา โอ้โห...เท่มาก สวยมาก มั่นใจมาก เราเชื่อเสมอเสื้อผ้าที่ดีต้องทำให้ผู้หญิงสวยดูดีมีความมั่นใจในตัวเองได้ และมีหลายคนที่อายุเท่าเรา เป็นเพื่อนเรา แต่ไม่กล้าใส่ บอกว่าอายุมากแล้ว มันจะเปรี้ยวไป แต่พอเราจับแต่งตัวให้ ให้เขาส่องกระจกดู ก็ชอบใจกันใหญ่ มั่นใจมากขึ้น สนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น กล้าที่จะออกมาจากกรอบความคิดเดิมๆ ซึ่งเรื่องของความสวยงามไม่ได้มีกฎตายตัว อย่าไปยึดติด ปล่อยไปตามความรู้สึกความชอบของตัวเองบ้างก็จะดี

ลิปส์: มีใครเคยบอกคุณไหมว่า อายุเท่านี้ แล้วยังจะมาเปรี้ยวอะไรตอนนี้

เมธาวี: มีแต่บอกว่า "แซ่บมากเลย ชอบมาก"

ลิปส์: ผู้หญิงสวยในอุดมคติของคุณต้องเป็นแบบไหน

เมธาวี: ชอบผู้หญิงสวยเท่ ฉลาด มีความมั่นใจค่ะ

ลิปส์: ถ้าย้อนกลับไปในวัย 19 ปีได้ คุณอยากจะบอกอะไรกับตัวเองในวัยนั้น

เมธาวี: ขอบคุณชีวิตในวันนั้น ขอบคุณทุกความยาก ทุกอุปสรรคปัญหาที่เข้ามาพิสูจน์ ที่ทำให้เราเข้มแข็ง และก้าวข้ามผ่านทุกอย่าง มาจนถึงทุกวันนี้

ลิปส์: ถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นสีลิปสติกสักหนึ่งเฉดสีคุณมองตัวเองเป็นสีอะไร เพราะอะไร

เมธาวี: สีน้ำตาลเท่ๆ เพราะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา และความงามสง่าไปพร้อมกันค่ะ
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Lips 100 Social Influencer: Asava Group
ตัวตนของดีไซเนอร์และตัวตนของแบรนด์คือสองสิ่งที่แทบแยกจากกันไม่ได้ โดยเฉพาะในยุคของโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อคำว่า \'แบรนด์\' หมายรวมถึงกลุ่มแบรนด์ภายใต้เครือเดียวกันเช่น Asava Group ของ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา การสร้างสรรค์คาแร็กเตอร์บนสื่อออนไลน์ เพื่อสื่อสารถึงตัวตน และรูปแบบธุรกิจที่แตกต่าง ภายใต้ปรัชญาและวิสัยทัศน์เดียวกันจึงเป็นเรื่องที่หัวเรือใหญ่อย่างหมูให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
People
No More Mr.Yes
แม้จะไม่ต้องมีความตั้งใจใหม่ประจำปี ก็ถือว่าปีนี้ของ อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน \'ใหม่\' ขึ้นเองโดยธรรมชาติ เมื่อเขาเปลี่ยนสถานะของตนจากชายโสดสู่การก้าวสู่พิธีวิวาห์ และเป็นสามีของภรรยาคนสวย พร้อมๆ กับการพยายามจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้เข้าที่เข้าทางกว่าเดิม เพื่อเตรียมพื้นที่ว่างรอรับสิ่งดีๆ ในชีวิตที่จะมาเติมเต็มชีวิตให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า