60s When Im Sixty Four

เนื้อหาในบทเพลงอมตะจังหวะน่ารักอย่าง When I'm Sixty Four ของ The Beatles ทำให้เราจินตนาการถึงภาพหญิงสูงวัยนั่งถักนิตติ้งอยู่ข้างเตาผิง ปลูกผัก ทำสวน รอบกายมีลูกหลานเคียงกายไม่ห่าง อยู่นานหลายปี จนเมื่อ ม้า-อรนภา กฤษฎี สตรีวัยตรงกับบทเพลงมายืนอยู่ตรงหน้า ภาพจำที่เคยมีกลับถูกลบไปเสียสิ้น เพราะความกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา และอ่อนกว่าวัยของเธอ คือหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ 

อะไรคือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชัดเจน เมื่ออายุ 60 มาเยือน
ความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกชัดเจนมากยิ่งขึ้นก็คือ ความมีอายุ ร่างกายมันจะบอกเลยทันทีว่าเรามีอายุจริงๆ เพราะตอนอายุ 57 ยังไม่รู้สึกเลยนะว่าตัวเองมีอายุ แต่พอเกษียณอายุปั๊บ จนถึงช่วงอายุ 61 เออ เรามีอายุแล้วจริงๆ เราเป็นคนกระฉับกระเฉงอยู่แล้วนะ แต่เรามีความรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างเราช้าลง 

ออกกำลังกายหรือเปล่า
ดิฉันเป็นคนออกกำลังกายเยอะมาก แล้วก็ทานอาหารดีมาก แต่ความรู้สึกที่ว่าบางอย่างช้าลง อาจเพราะเราเริ่มระแวดระวังตัวมากขึ้น ความช้านั่นคือ ความระวัง เรากลัวไปเอง เพราะทุกคนก็ไม่คิดหรอกว่าดิฉันจะอายุขนาดนี้ คนก็ยังนึกว่าดิฉันยังเอ๊าะๆ อยู่ พวกเธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเลยเกษียณอายุมาแล้ว ฉันก็ต้องช้าหน่อยนะ ลงรถก็ไม่รีบร้อน เดินก็ไม่เร็วมาก ขึ้นลงบันไดก็จะมองทุกขั้น จับราวบันไดตลอด ไม่เดินฉับๆๆ เหมือนเมื่อก่อน

 

มีเหตุการณ์อะไรให้คุณต้องระวังหรือเปล่า หรือระวังไปก่อนล่วงหน้า
ระวังไปเอง ด้วยความที่เป็นคนปฏิบัติธรรม จึงเตือนสติตัวเองตลอดเวลาในทุกๆ ก้าวที่เราเดินไป ในทุกวันที่เราดำเนินชีวิต ให้มีสติอยู่เสมอ อย่างเวลาเรานั่งวิปัสสนากรรมฐาน สิ่งที่ได้คือ การกำหนดจิต เราต้องรู้จักกำหนดความคิดของเรา 

โดยที่ไม่มีการเผลอเลย
เผลอตอนนั่งเฉยๆ นั่งสบายใจ อุ๊ยๆ ฉันไม่สวยแล้ว จะต้องรีบรู้ตัว แต่บางทีก็ไม่ใส่ใจ อีกอย่างคือ รู้ตัวว่าไม่เดินช้อปปิ้งเยอะแล้ว 

น้อยลง
น้อยมาก ไม่ใช่น้อยลงไป แต่น้อยมาก มันเบื่อไปเอง เมื่อก่อนเดินได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องกินอาหารกลางวัน พกแอปเปิ้ลไว้ลูกเดียวในกระเป๋า ก็กินๆๆ แอปเปิ้ลในช่วงเที่ยง แล้ว ก็ช้อปๆๆๆๆ เดี๋ยวนี้ไม่เลยนะ 

ที่ว่าเดินช้อปได้ทั้งวันนั้น ตอนอายุ 50 คุณยังทำแบบนั้นอยู่หรือเปล่า 
50 ยังทำอยู่ เพิ่งมาลด แล้วลดเยอะมากตอนปีนี้ ล่าสุดเพิ่งไปญี่ปุ่นมา เดินๆ อยู่ก็ไปนั่งพักชิลล์ที่ร้านกาแฟ เมื่อก่อนมีห้องนอนในโรงแรมดีๆ เอาไว้เก็บของ เดี๋ยวนี้มีเอาไว้พัก อยากอยู่ในห้องมากกว่า 

เป็นเพราะคุณมีทุกอย่างแล้วหรือเปล่า เลยรู้สึกเบื่อไปในตัว
ใช่ค่ะ ใส่มาแล้ว เห็นมาแล้ว เยอะแยะไปหมด พอแล้ว มันมีความพอขึ้นมาเอง จะหยิบอะไรที่บ้านก็มีแล้ว กลับไปเอาที่บ้านมาใส่ก็ยังได้ไม่รู้ตั้งเท่าไร แล้วรูปร่างก็ไม่เปลี่ยน เชื่อไหม ใช้เงินน้อยมาก ใช้เงินกินเยอะกว่า

ที่บอกว่ารูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง จริงๆ แล้วยากแค่ไหนในการคงรูปร่างเอาไว้
ยากมาก แล้วมันก็ไม่สามารถเหมือนเดิมเหมือนเมื่อตอนสาวๆ ได้ เพราะว่าร่างกายจะเปลี่ยนไปตามอายุ เมื่อก่อนดิฉันไซส์ 2 ขึ้นมาเป็นไซส์ 4 ตอนนี้เป็นไซส์​ 6 ซึ่งเป็นไซส์ที่คนอายุ 60 ทุกคนอิจฉานะ เพื่อนดิฉันตอนนี้ทุกคนไซส์ 14 กันทั้งนั้น 

การคงไว้ซึ่งไซส์ 6 ทำให้ต้องปฏิบัติตัว อย่างไรในชีวิตประจำวัน
ดิฉันออกกำลังกายเกือบทุกวันด้วยการฝึกโยคะ โดยเรียกครูมาสอนตัวต่อตัว เคยเข้าคลาสสม่ำเสมอมาตลอด 12 ปี มาในช่วงหลังอยากทำท่าให้ได้ถึงที่สุด เช่น เอาเท้าแตะหัวให้ได้ ฉีกขาให้ได้ ก็เลยเรียกครูมาสอนที่บ้าน จะได้เป็นจริงเป็นจัง เจ็บเป็นเจ็บ ปวดเป็นปวด ดิฉันทนเจ็บปวดกับร่างกายมาตลอด

เพื่ออะไร
เพื่อแค่ทำให้ได้ หัวใจของโยคะก็คือ Pain kill the pain ความเจ็บปวดฆ่าความเจ็บปวด ตราบใดที่คุณไม่เจ็บปวดก็จะไม่วันได้ No Pain No Gain เพราะว่าร่างกายของคนเราไม่เคยยืด มันก็หงิกของมันอย่างนี้ พอเราไปยืดในช่วงแรกๆ จึงเจ็บปวดเหลือเกิน แต่เมื่อเราทำไปเรื่อยๆ ยอมทนต่อความเจ็บปวด ให้ความเจ็บปวดฆ่าความเจ็บปวด มันก็จะกลายเป็นความเคยชิน เหมือนเวลาคุณกินข้าว แปรงฟัน ทำอาหาร หรือแต่งหน้า ล้วนต้องใช้ความเคยชิน พอชินปั๊บ ทุกอย่างก็สบายแล้ว คราวนี้ร่างกายเราก็จะยืดหยุ่นจนกระทั่งเราสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราโดยที่ไม่เจ็บปวด โชคดีมาก 

ที่จริงก็ไม่เชิงโชคดี แต่เป็นเพราะคุณมีวินัย และไม่ปล่อยให้ตัวเองขี้เกียจมากกว่า
ใช่ค่ะ ดิฉันไม่เคยปล่อยให้ตัวเองขี้เกียจเลยตั้งแต่เริ่มเรียนรำละคร ตั้งแต่ ป.6 และเพราะคุณแม่ปลูกฝังมา ขนาดตอนเด็กๆ ดิฉันไม่สบายไข้ขึ้น แม่ยังเอายายัดใส่กระเป๋านักเรียน แล้วไล่ให้ไปโรงเรียน เพื่อให้ลูกรู้จักอดทน ต่อสู้ มีวินัย เรียนคือเรียน ไม่สบายอย่างไรก็ต้องกัดฟันไปให้ได้ ยิ่งการรำละครยิ่งเป็นเรื่องยากและโหดขนาดไหน บัลเลต์ ยิมนาสติก งิ้ว โขน ทุกอย่างโหดหมด นี่ไง มันสร้างวินัยมาให้ดิฉันอย่างไม่น่าเชื่อ 

แปลว่าเด็กที่รำละครทุกคนจะเป็นแบบคุณทั้งหมด
ก็น่าจะอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องถูกตี แต่เพราะทุกคนมีใจรัก พอรักจึงยอมฝึกฝน เพราะของพวกนี้อยู่ที่การฝึกฝน มีอยู่อย่างหนึ่งที่มีคนชวนแล้วดิฉันไม่กล้าทำคือ ตีกอล์ฟ เพราะด้วยความเป็นคนมีวินัย ถ้าลงมือปั๊บ คราวนี้ดิฉันจะเอาจริงเอาจังกับมัน ถ้าไม่ได้เป็นโปรฉันไม่เลิก (หัวเราะ) ก็เหมือนโยคะ ถ้าฉันเอาเท้าแตะหัวไม่ได้ฉันไม่เลิก ถึงต้องเลือกสักอย่าง เมื่อก่อน ดิฉันขี่จักรยานมา 6 ปี แต่ตอนนี้ไม่ขี่แล้ว เพราะมันขัดกันกับการฝึกโยคะ พอขี่จักรยานเส้นมันยึด พอมาฝึกโยคะมันก็เจ็บ เพราะต้องยืด เลยขอยืดอย่างเดียวแล้วกัน อย่างที่บอกว่าทำเพื่อตัวเอง เพราะรักตัวเองมาก ไม่อยากไม่สบาย อยากแข็งแรง ไม่อยากเป็นภาระใคร เราต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าฉันตัวคนเดียว ดังนั้น ถ้าฉันเป็นอะไรไปจะลำบาก คุณแม่ก็อายุ 91 ปีแล้ว เขาไม่มีทางดูแลเราได้ มีแต่เราต้องดูแลเขา จึงต้องทำตัวเองให้แข็งแรง และที่สำคัญคือ อยากสวย และไม่อยากเป็นโรคร้าย 

กลัวการเป็นโรคร้ายแค่ไหน
กลัว เพราะทุกคนมีโอกาสเป็นหมดเลย เพื่อนรอบตัวดิฉันที่เรียนมาด้วยกัน เป็นมะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งมดลูกก็มี ทุกคนเป็นหมด เดี๋ยวคนนี้ก็หัวโล้น ผมร่วงมาแล้ว เดี๋ยวฉันก็ต้องไปเยี่ยมคนโน้นคนนี้ เดี๋ยวฉันก็ต้องพาไปซื้อวิก ฉันกลัว แต่ทุกคนก็ยังสนุกกับการกินแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ซึ่งดิฉันก็รู้ว่าการกินคือความสุขมาก ไม่อย่างนั้นเราคงไม่เอาการกินมาอยู่ในงานนักขัตฤกษ์และงานเฉลิมฉลองทุกประเพณี แม้กระทั่งงานโศกเศร้าเราก็กิน เรากินได้ แต่เราต้องมีสติเสมอ ต้องรู้ตัวเสมอว่า เฮ้ย อย่ากินสิ่งนั้น ควรกินสิ่งนี้ เพื่อไม่ให้สิ่งที่เราเห็นรอบข้างมาเกิดขึ้นกับตัวเอง 

 

แต่หลายๆ คนที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพมากๆ และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เอาเข้าจริงก็สามารถเป็นโรคร้ายได้เหมือนกัน 
ไม่กลัว สมมุติจะเจอก็ช่างมัน เราทำดีที่สุดแล้ว ตอนนี้รู้แค่เวลาตัวเองไม่สบาย เป็นหวัด จะเป็นแค่สามวันแล้วหาย และถ้าเสียงไม่อู้อี้จะไม่มีใครดูออกว่าป่วย แม้แต่คุณหมอเองยังบอกว่า สี่ปีแล้วนะที่คุณม้าไม่เคยเป็นอะไรเลย ทุกวันนี้หาแค่หมอฟันอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่เพราะฟันผุ แต่ไปทำสวย ทำสะอาดเท่านั้น

แม้แต่เรื่องงาน คุณก็ยังทำเต็มที่ ไม่มีคำว่าเกษียณอายุอยู่ในหัว 
งานมันเข้ามาเอง และดิฉันไม่เคยปฏิเสธ เพราะว่าภาพของดิฉันไม่ใช่ภาพของหญิงสูงอายุที่ไม่สามารถจะทำงานได้ หรือต้องปลดเกษียณแล้ว เป็นภาพที่ยังเต่งตึง สดใส กระฉับกระเฉง ความคิดความอ่านฉลาดเฉลียว ว่องไว มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีทุกอย่างที่สาวๆ มีเหมือนเดิม เขาก็เลยหยิบยื่นทุกอย่างมาให้ การหยิบยื่นก็เป็นคำตอบแล้วว่าฉันทำได้ใช่ไหม เธอถึงยื่นงานมาให้ เร็วๆ นี้ก็จะมีรายการใหม่เกิดขึ้นอีก แล้วทุกอย่างที่ดิฉันทำ ดิฉันทุ่มสุดตัว จากที่ไม่เคยอ่านข่าว ก็อ่านข่าวจนดัง จนเป็นกระแสได้ ก็เพราะการทุ่มสุดตัว ก็เพราะความมีวินัย ดังนั้น เวลาทำอะไร ทำให้จริงจัง เอาความสามารถที่เรามีทั้งหมดออกมาใช้ให้มันสุดฤทธิ์สุดเดช

แสดงว่าคุณตั้งธงเอาไว้เสมอว่าทุกอย่างที่ลงมือทำต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น
ประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จไม่ทราบ แต่ดิฉันตั้งใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยเป็นคอมเมน-เตเตอร์ อยู่ๆ ก็ดังเสียไม่มี ไม่เคยอยากเล่นละคร อยู่ๆ ก็เล่นเสียจนบัดนี้ยังมีให้เล่นอยู่ อยากเป็นพิธีกร แต่คงไม่มีปัญญาที่จะได้เป็น หรือคงไม่มีใครเห็นความสามารถ แต่วันหนึ่งเมื่อมีคนหยิบยื่นโอกาสมาให้ก็เป็นมันเสียจนถึงตอนนี้ 

คุณชอบตัวเองตอนอายุเท่าไรที่สุด 
ชอบช่วงที่ตัวเองอายุ 35 มากที่สุด ตอนนั้นกำลัง bloom เขามี Baby Boomer แต่ของดิฉันเป็น The Late Bloomer ก็คือ ดันมาบลูมเอาตอนอายุ 35 วัยนั้นทุกอย่างประสบความสำเร็จไปหมด ได้เสพ ได้สนุก แล้วก็มีสติบ้าง ไม่มีบ้าง ที่บางครั้งไม่มี ก็เพราะเราระเริงชน และบางครั้งมี เพราะเป็นวัยที่รู้ถูกผิด มีการยับยั้งชั่งใจ เรารู้สึกตัวเอง sophisticated มีความ mature ในตัวเองมาก ไปไหนก็มีคนนับหน้าถือตายอมรับ จากชื่อเสียงที่สั่งสมมา จากเงินทองที่เรามี จากหน้าที่การงาน รู้สึกว่าตอนนี้ดีจังเลย ชอบมาก มีผู้ชายมารัก มีคนมาจีบ มีทั้งรักมาก อกหักมาก ครบรสทุกเรื่องแบบว่าสุดๆ เป็นช่วงที่ได้เรียนรู้อะไรเต็มที่ เป็นช่วงสะพรั่ง ไปที่ไหนก็มีคนมารุม 

ถ้าให้สรุปแก่นหลักในชีวิตของอรนภา ก็คือ การฝึกฝนและมีวินัย ใช่หรือเปล่า
ถูกต้อง การฝึกฝน มีวินัย แล้วก็ต้องซื่อสัตย์ในการทำงาน รับรองเลยว่าจะประสบความสำเร็จทั้งหมดทั้งปวง

มีอะไรที่ยังอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในวัยนี้อีกไหม
อยากรื้อฟื้นเรื่องวาดรูป คิดว่าแก่ไปกว่านี้จะนั่ง วาดรูป เพราะดิฉันวาดรูปเก่งมาก อยากกลับไปรื้อฟื้น ซึ่งคงจะฟื้นได้เร็ว  


 
เรื่องและภาพ ทีม บก.ลิปส์
แต่งหน้า รัตนโชติ โพธิ์ขำ
ทำผม พูนทัศน์ เลิศมโนรัตน์
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Morning Remedy: GUBGIB
ในฐานะนักแสดง 'กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย' คือนักแสดงสาวอารมณ์ดีที่พกพาความสดใส มั่นใจ และกล้าแสดงออกมาเต็มที่แบบเกินร้อยทุกงาน ในฐานะผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ เธอคือหนึ่งในสี่พิธีกรรายการเล่าข่าวยามเช้าที่มีสีสันและสนุกสนานที่สุดรายการหนึ่งในขณะนี้ และล่าสุดเธอก็กำลังได้รับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิง
People
Vintage Hunter
ในโอกาสที่ดีไซน์เนอร์เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer ซึ่งปกติพำนักอยู่ในเชียงใหม่ เดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ "สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์" จึงถือโอกาสใช้เวลาว่างในบ่ายวันหนึ่ง ออกเดินทางตามหานักงมของเก่าใต้น้ำ เพียงเพื่อจะนั่งคุยกันเรื่องข้าวของโบราณ อีกหนึ่งชีวิตจิตใจที่เจ้าตัวโปรดปราน