50s Still Going Strong

“ต่ายชินแล้วกับสายตาคนข้างนอกที่มองเรา บางทีเขาอาจจะพูดถึงเราดี บางทีก็ไม่ดี ต่ายไม่สนใจใครอยู่แล้ว เพราะถ้าเราไปยุ่งกับใครมากๆ ก็มีทั้งดีและไม่ดี ต่ายเป็นคนชอบทำชีวิตง่ายๆ เป็นอยู่ง่ายๆ ในอนาคตต่ายอยากจะเก็บตัวที่ไหนเงียบๆ สักพัก ต่ายไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเซ็กซ์ซิมโบล หรือเซ็กซ์บอมบ์อะไร เป็นเรื่องที่คนเขาตั้งกันเอง”
ครั้งหนึ่งในอดีต ต่าย-เพ็ญพักตร์ ​ศิริกุล เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งไว้อย่างนั้น และจากบทสนทนากับลิปส์ ณ พ.ศ. นี้ คือเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า เธอดำรงชีวิตที่เรียบง่ายอย่างมั่นคงและยั่งยืน สมกับที่เคยลั่นวาจาไว้ได้จริง 

ตอนนี้ใน 7 วันต่อสัปดาห์ คุณทำงานเยอะแค่ไหน 
ทำงานประมาณ 5-6 วัน ถ่ายซีรีส์และละครอยู่ 5 เรื่อง มีที่ถ่ายเสร็จแล้วรอออนแอร์อีกจำนวนหนึ่ง

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาหลายสิบปี มีช่วงไหนที่งานแผ่วลงไปบ้างไหม
มีบ้าง แต่ไม่ใช่ไม่มีเลย อย่างน้อยปีหนึ่งต้องได้แสดง 2-3 เรื่อง และงานเพิ่งมาเยอะช่วง 2-3 ปีมานี้ 

เมื่อไรที่คุณเริ่มรู้สึกรักการแสดง
ตอนอายุ 20 กว่าๆ เริ่มรู้ว่างานนี้สามารถเป็นอาชีพจริงๆ ที่เราสามารถทำได้ สมัยก่อนอาชีพนักแสดงถูกคนดูถูกเยอะ หาว่าเต้นกินรำกิน แต่เราอยู่ในวงการนี้มา ก็ไม่เคยทำตัวให้คนเขาดูถูกได้ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรามากกว่าว่าเราจะทำตัวยังไง 

คุณชอบตัวเองในวัยไหนมากที่สุด
น่าจะเป็นวัยประมาณ 30 กว่าๆ เพราะตอนอายุ 10 กว่าปีไปจนถึง 20 กว่า ดิฉันทำงานค่อนข้างหนัก โดยที่ยังไม่มีบ้าน และใช้ชีวิต อยู่อพาร์ตเมนต์ ต้องต่อสู้ดิ้นรนหาตังค์เลี้ยงตัวเองไปเรื่อยๆ พออายุ 30 กว่าถึงจะเริ่มเก็บเงินเป็น เริ่มรู้ว่าต้องมีบ้าน ต้องซื้อรถแล้วนะ ช่วงนั้นเป็นที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ อย่าง แม้จะต้องทำงานหนักกว่าเดิม แต่กลับไม่มีความรู้สึกเหนื่อยหรือท้อ เพราะเรามีจุดมุ่งหมาย 

 

แล้วตอนอายุเท่าไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองสวยที่สุด
ไม่รู้สิ ถ้าเป็นคนอื่นพูดถึง เขามักจะบอกว่าช่วงอายุ 30 ย่าง 40 เหมือนเราเป็นสาวเต็มตัวด้วยรึเปล่าไม่รู้

แล้วเคยมองตัวเองไหม
ไม่ค่อยนะ อย่างวัยเด็ก หน้าก็จะอูมๆ แก้มเยอะๆ โตมาอีกหน่อย อายุสัก 30 ทุกอย่างเริ่มหายไป หน้าอูมๆ หายไปหมดเลย ซึ่งก็เป็นไปตามแต่ละช่วงวัยของเรามากกว่า

โดยที่คุณไม่คิดทำศัลยกรรมเลย
ไม่ทำ ไม่ฉีดอะไรทั้งนั้น กลัว กลัวว่าจะมีผลตอนเราอายุเยอะๆ บางคนเขาฉีดอาจจะดี อาจจะเข้ากับเซลล์ของเขา แต่ดิฉันเป็นคนค่อนข้างคิดเยอะกับเรื่องพวกนี้ ด้วยความที่มันเป็นสารอะไรบางอย่างที่เข้าไปในร่างกายเราแล้วพอเราอายุ 50 อัพขึ้นไปแล้ว เซลล์ทุกอย่างในร่างกายมันต้องเปลี่ยน มันอาจจะมีผลกระทบหรือเปล่า งั้นไม่เป็นไร เราก็อยู่ของเราอย่างนี้แหละ ก็พยายามดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนเรามันต้องเปลี่ยนน่ะ ไม่ใช่อายุจะ 60 แล้วอยากจะย้อนกลับไปตอน 30 มันไม่ใช่อยู่แล้ว

แต่นี่คือค่านิยมของยุคสมัย ทุกคนกลัวการเปลี่ยนแปลง และยังอยากเห็นตัวเองเหมือนเดิม
มันเป็นไปไม่ได้ เราต้องยอมรับความจริงของโลก ความจริงของมนุษย์ ความจริงของชีวิตคน เราผ่านชีวิตมาตั้งแต่เด็กจนเติบโตเข้าสู่วัยต่างๆ เราต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ในวัยเด็กเราไม่ต้องรับผิดชอบอะไร จนมาตอนนี้เราต้องรับผิดชอบอะไรเยอะมาก สำหรับดิฉันมักเปรียบเทียบชีวิตตัวเองแบบนี้ เลยไม่ได้ฟุ้งซ่านว่าหน้าตาจะเปลี่ยนไปอย่างไร หน้าตาของคนเราต้องเปลี่ยนตามวัยอยู่แล้ว เราก็ดูแลเขาให้ดีที่สุดในช่วงอายุของเราไปเรื่อยๆ

เวลาคุณส่องกระจกเห็นริ้วรอยตีนกาของตัวเอง รู้สึกซีเรียสไหม
ไม่ซีเรียสเลย ดิฉันอาจจะเป็นคนไม่มีความเครียดอยู่แล้วก็ได้ คือ หัวถึงหมอน นอนได้เลย กี่โมงก็ได้ ไม่เคยนอนไม่หลับ เลยเป็นคนที่มีความคิดไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไป ไม่ค่อยซีเรียสเรื่องพวกนี้ เลยไม่ค่อยมีผลอะไรกับตัวเองสักเท่าไร เพราะเวลาผู้หญิงมีความเครียด ไม่ว่าจะเครียดเรื่องอะไรก็ตาม มันจะมาชัดกว่าผู้ชาย เพราะเรามีฮอร์โมนต่างกัน ถ้าเรารู้วิธีกำจัด รู้ว่าควรวางความเครียดไว้ตรงไหน มันจะโอเค สำหรับตัวเอง 

ความเปลี่ยนแปลงอะไรในวัย 50 ที่คุณรู้สึกได้ชัดเจนที่สุด
เวลาเดินเยอะๆ ใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ จะเริ่มเมื่อย ปวดขา ถ้าต้องเดินขึ้นบันไดเยอะๆ เวลาไปถ่ายละคร ก็ให้ผู้ช่วยเดินขึ้นไปซ้อมให้ก่อน ว่าต้องเดินจากตรงไหนไปตรงไหนบ้าง จากที่เมื่อก่อนนี้เราเดินขึ้นเดินลงซ้อมแล้วซ้อมอีก

 

แต่คุณก็เลือกที่จะไม่ออกกำลังกายอยู่ดี
การออกกำลังกายของดิฉันคือ ทำสวนที่บ้าน แต่ถ้าให้ไปเล่นฟิตเนสไม่ทำ เพราะเสียเวลาเดินทาง แล้วก็ต้องเจอคนเยอะมาก เราจะมีสมาธิเล่นขนาดนั้นไหม และดิฉันไม่ชอบการถูกกำหนด เช่น เทรนเนอร์จะบอกว่าต้องเล่นเครื่องมือนี้ ท่านี้ อย่างละ 10-10-10 ทำไมต้องเล่น ก็อยากเล่นแค่ 5 ทีพอไหม ก็เลยคิดว่าดิฉันไม่ควรเล่นฟิตเนสใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ เลยเล่นที่บ้านนี่แหละ อยากยกเวทก็ยกไป แต่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน

คุณน่าจะเป็นคนชอบอยู่บ้านมากทีเดียว
ดิฉันมักพูดถึงบ้านว่าเป็นวังชั้นในของตัวเอง อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เป็นที่ส่วนตัวของเรา จึงเพิ่งต่อเติมบ้านใหม่ทั้งหลังในสไตล์ตัวเอง จ้างแค่ผู้รับเหมากับคนออกแบบเล็กน้อย นอกนั้นทำเองหมด

กิจวัตรเวลาคุณอยู่บ้านเป็นแบบไหน
เช้าวันไหนที่ไม่มีงาน ตื่นนอนปั๊บก็จะเปิดประตูลงสวนเลย เดินดูว่าต้นไหนเป็นยังไง เหี่ยวไหม เดินคุยกับเขาไปเรื่อย เล็มใบบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้าง

ทุกวันนี้ชอบออกไปช้อปปิ้ง หรือปรนเปรอความสุขให้ตัวเองด้วยวิธีไหน
ทำงานหนักมาทั้งปีก็ให้รางวัลตัวเอง ด้วยการไปเที่ยวเมืองนอกบ้าง หรือซื้ออะไรสักชิ้นที่ตัวเองอยากได้จริงๆ แต่ปีที่ผ่านมาไม่ได้ซื้ออะไร เพราะทุกอย่างลงไปกับบ้านหมด 

คุณมีเพื่อนสนิทกี่คน นึกสงสัยว่าคนเราพออายุเยอะขึ้น จะมีเพื่อนมากขึ้นเท่าเดิม หรือน้อยลง
สำหรับดิฉันน้อยลงกว่าเดิมเยอะมาก เพราะโดยปกติก็เป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไรอยู่แล้ว ยิ่งเราอายุเยอะขึ้น ยิ่งมองเห็นอะไรมากขึ้น เริ่มไม่ชอบอะไรที่มันหยุมหยิมสไตล์ผู้หญิง ไม่ได้เลิกคบ แต่ถอยตัวเองออกมาอยู่คนเดียวนิ่งๆ พยายามหากลุ่มที่คุยกับเราแล้วไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้มีอยู่ 5-6 คนที่อยู่ด้วยกันได้ แบบไม่ต้องเจอกันทุกวัน อยากกินข้าวก็โทรนัดกัน เช่น อาทิตย์นี้มาทำข้าวกินที่บ้านกันไหม ใครว่างก็มา ใครไม่มาก็ไม่โกรธ 

ในฐานะโฮสต์ คุณชอบทำเมนูไหนรับแขก
น้ำเงี้ยวกับไข่พะโล้ เป็นซิกเนเจอร์ของที่บ้าน 

คุณเคยจินตนาการไหมว่า อยากมีอายุยืนยาวกี่ปี 
ไม่เคย ดิฉันเป็นคนไม่ชอบวางแพลนให้กับตัวเองล่วงหน้า เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทำวันนี้ให้มีความสุขก็พอ แต่แพลนไว้แล้วตอนแก่ ว่าจะอยู่คนเดียวนิ่งๆ ในกระต๊อบเล็กๆ ในต่างจังหวัดสักแห่ง 

แสดงว่าเป็นคนที่ลงตัวกับการอยู่คนเดียวมากๆ 
อาจจะเพราะดิฉันเป็นคนชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครบังคับ ถึงมีแฟนก็อยู่ด้วยกันเกินสามวันไม่ได้ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดและอึดอัด 

แต่การอยู่คนเดียวตอนแก่จะไม่น่ากังวลไปหน่อยเหรอ
ไว้ค่อยว่ากัน เพราะเรายังไม่ถึงจุดนั้น แต่ดิฉันสามารถอยู่ได้ บางคนถามว่าไม่เหงาเหรอ ความเหงามันมีกันได้ทุกคน ถ้าเราคิดว่าเราเหงา ก็คือเหงา บางคนอาจจะบอกว่า โอ๊ย อากาศแบบนี้เหงาจังเลย แต่ดิฉันกลับคิดว่าอากาศแบบนี้น่ากินไวน์มากเลย มองคนละมุม 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณอยู่คนเดียวได้ น่าจะเพราะการได้ทำงาน กลัวไหมถ้าวันหนึ่งจะไม่ได้ทำงานแล้ว คุณมีวิธีรักษามาตรฐานตัวเองอย่างไร
สำหรับวงการบันเทิงบ้านเรา ถ้าคุณอยู่มาถึงจุดนี้ ด้วยนิสัย ความรับผิดชอบในการทำงานของตัวเองค่อนข้างสูง เลยคิดว่าน่าจะสามารถอยู่ไปเรื่อยๆ ได้ เพราะเราไม่ได้เรื่องเยอะ ไม่เคยทำให้กองถ่ายอึดอัด หรือต้องมานั่งเอาใจคนวัย 50 กว่าอย่างเรา 

ในวันที่คุณอายุ 80 ปี แล้วยังทำงานได้ จะทำอยู่ไหม
(ตอบทันที) ทำ 
" ความเหงามีกันได้ทุกคน บางคนบอกว่า โอ๊ย อากาศแบบนี้เหงาจังเลย แต่ดิฉันกลับคิดว่าอากาศแบบนี้น่ากินไวน์มากเลย "
 
เรื่องและภาพ ทีม บก. ลิปส์
แต่งหน้า-ทำผม ภูวดล จันทร์พรหม
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Lips 100 Social Influencer: www.saraichatt.com
การสร้างบล็อกหรือเว็บไซต์ไลฟ์สไตล์และสุขภาพนั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจรองของเซเลบริตี้ระดับโลกหลายต่อหลายคน ตั้งแต่ กวินเนธ พัลโธรว์ เจสซิก้า อัลบา ไปจนถึงล่าสุด เบลค ไลฟ์ลี่ ที่ล้วนหันมาเอาดีด้านการปั้นเว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ทั้งสิ้น แต่ในเมืองไทย เซเลบริตี้ที่หันมาจับงานบล็อกสายไลฟ์สไตล์จริงจังจนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และสุขภาพอีกคน จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พิธีกรคิวทอง หนิง-ศรัยฉัตร จีระแพทย์