1 / 10

5 Questions with Kim Jones

5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
5 คำถามสุดพิเศษเพื่อคนอ่านลิปส์โดยเฉพาะ   

เมื่อ Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง แวะเวียนมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเปิดป๊อบอัพสโตร์แห่งแรกของโลกที่สยาม พารากอน และพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดถึงแรงบันดาลใจจากเอชียตะวันออกเฉียงใต้ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 นี้ Lips-mag.com หยิบส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างนิตยสารลิปส์กับดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการเสื้อผ้าผู้ชายมาฝาก   

                                               
  

คอลเลกชั่นนี้พูดถึงความเป็นเอเชีย อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจของคุณในการเดินทางมายังประเทศเเถบนี้  
ผมเดินทางตลอดเวลาและหลุยส์ วิตตองก็เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ผมได้ไปเยือนก็มีความแตกต่างกันมากแม้จะอยู่ใกล้กัน ก่อนหน้านี้ผมไปเวียดนามมาแล้วก็กัมพูชาซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองประเทศต่างกันสุดขั้วทั้งที่อยู่ติดกันแท้ๆ ผมชอบสัตว์ป่า ชอบวัฒนธรรม แล้วผมก็ผมชอบด้านจิตวิญญาณของเอเชีย สามสิ่งที่ต่างกันสุดขั้วนี่แหละคือสิ่งที่ผมหลงใหลในเอเชีย พอมองแบบนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดีถ้าเราสร้างคอลเลกชั่นขึ้นมาจากการผสมผสานมันไว้ด้วยกัน   

แต่เอเชียโดยรวม โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก คุณมีแนวทางในการทำงานอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูกลมกลืนกันได้
ผมพยายามจะเน้นไปที่การสร้างสัมผัสความรู้สึก (sense of feelings) โดยรวม ถ้าให้ยกตัวอย่างก็น่าจะเป็นการสร้างสัมผัสความรู้สึกแบบในคอลเลกชั่นรูปถ่ายของอัลเบิร์ต คาห์น คาห์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคนแรกที่เดินทางเก็บภาพสีของผู้คนและวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นบันทึกสารคดีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง แม้แต่นิโคลาส์ เฌสกิแยร์ (ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของหลุยส์ วิตตอง) เองก็ยังหยิบลายเซ็นของเขามาใช้บนกระเป๋า Petite Malle เพราะคาห์นถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นตัวแทนของเรื่องราวการเดินทาง ซึ่งกลายมาเป็นมรดกสืบทอดเช่นเดียวกับวิตตอง    

เพราะอะไรถึงเลือกเปิดป๊อบอัพสโตร์ในประเทศไทย
ตลาดประเทศไทยน่าสนใจมาก กรุงเทพฯ มีความเป็นแฟชั่นสูงมาก อันที่จริงเราเล็งๆ สถานที่ที่จะทำป๊อบอัพสโตร์ไว้สองสามที่แต่เพื่อนๆ ที่เป็นดีไซเนอร์อิสระของผมหลายคนก็มาประสบความสำเร็จที่เมืองไทยนี่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราทำร้านที่นี่ ซีนแฟชั่นที่นี่กำลังมีชีวิีวา มีอะไรต่อมิอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย  นอกจากนั้นในคอลเลกชั่นนี้ชนเผ่าลาหู่เองก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชนเผ่าทั้งสี่ในคอลเลกชั่นและก็อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดด้วยซ้ำ    

ได้ยินว่างานนี้ยังมีเสื้อแจ๊กเก็ตที่ผลิตมาเป็นพิเศษแค่ 5 ตัวเท่านั้นด้วย
ตอนนี้เหลือแค่ตัวเดียวแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีเวลาค่อนข้างกระชั้นแล้วแจ๊กเก็ตนี้ก็พิเศษมากจริงๆ หนังที่ใช้นี่เป็นหนังโกเบ คือหนังของวัวที่เป็นเนื้อโกเบนั่นแหละ เนื้อโกเบก็ถือเป็นความหรูหราในโลกอาหารการกิน ส่วนหนังเองก็นุ่มมาก เราใช้วิธีย้อมคราม ผมมองว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ต้องตากแดดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและเป็นกลวิธีที่ซับซ้อนและยากมาก ซึ่งเราก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทันงานเหมือนกันเพราะปีนี้อากาศแย่มาก (หัวเราะ) ส่วนองค์ประกอบหลักสุดท้ายจากคอลเลกชั่นที่เราหยิบมาใช้ คือ นกการเวกที่เป็นแรงบันดาลใจจากอินโดนีเซีย บนพื้นโทนสีชมพูแบบพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ความรู้สึกเป็นชุดกลางคืนชัดเจนแต่ก็ดูเปรี้ยวเช่นกัน ในทางคอนเซปต์สำหรับผมมันก็คือการเล่าเรื่องของการเดินทางไปทั่วเอเชีย    

การตลาดและลูกค้ามีผลต่องานออกแบบของคุณบ้างไหม เพราะตอนนี้หลายแบรนด์เองก็พยายามจะโฟกัสไปที่จีนและสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมาสำหรับตลาดที่นั่น
ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำงานตามใจตลาดเท่าไหร่นะ แล้วก็ยังไม่ได้ทำคอลเลกชั่นเกี่ยวกับประเทศจีนแบบเต็มๆ เสียที การที่ผมจะทำอะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดตามไลฟ์สไตล์มากกว่า เราทำงานกัน 12 คอลเลกชั่นต่อปี เช่น เรามีคอลเลกชั่นทางการสำหรับนักธุรกิจ เป็นสูทที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์การเดินทางของนักธุรกิจ จากนั้นก็มีคอลเลกชั่นอเมริกาส์ คัพ (America's Cup) ที่จะวางขายในเดือนเมษายน แล้วก็พรีคอลเลกชั่น มีไอคอนที่เป็นชิ้นจำเป็นสำหรับตู้เสื้อผ้าผู้ชาย และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรากำลังจะมีคอลเลกชั่นเดนิมที่เราจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าหนักเอาการ โดยเฉพาะกับคอลเลกชั่นหลักที่จะเป็นแกนกลางสำหรับคอลเลกชั่นอื่นๆ ให้พัฒนาต่อไป คุณต้องคิดให้หนัก เพราะบางครั้งคุณจะเจอสามคอลเลคชั่นพร้อมๆ กันในร้าน แล้วมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันได้ทั้งเสื้อ ทั้งรองเท้า และแว่นตา  

ถ้ายังอ่านกันไม่จุใจ ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคิม โจนส์ได้ในนิตยสารลิปส์ ปักษ์หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2559 กันได้เลย 

บทสัมภาษณ์ : LIPS Magazine 
Phot Cr : ภาพป๊อปอัพสโตร์และภาพคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 จาก Louis Vuitton Thailand 
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Passing On The Faith
ความรักและหลงใหลในสิ่งที่ทำ เป็นปัจจัยหลักให้ เป้-ชาตยา สุพรรณพงศ์ ผลักดันธุรกิจ บาร์บีคิวพลาซ่า ของครอบครัวให้ โดดเด่นในแวดวงอาหารของเมืองไทย ซึ่งนอกเหนือจากเป้าหมายสร้างความสุข ให้ผู้บริโภค เธอยังมีอีกหนึ่งภารกิจ คือ การมุ่งสร้างความศรัทธาผ่านวัฒนธรรมขององค์กร
People
The Talented Rhatha Phongam
นอกจากจะชวนมาถ่ายแฟชั่นขึ้นปกฉบับนี้กันแล้ว ลิปส์ก็ไม่พลาดที่จะชวนนักแสดงสาวมากความสามารถ หญิง-รฐา โพธิ์งาม มานั่งพูดคุยอัพเดตชีวิตการทำงานของเธอตอนนี้ที่อาจพูดได้ว่ายังคงเป็นช่วงขาขึ้นของเธอ บทบาทเก่าและใหม่ที่ท้าทายความสามารถในชีวิตการทำงานเป็นนักแสดง รวมถึงเรื่องราวความรักที่ว่ากันว่าผู้หญิงเก่งและประสบความสำเร็จมักจะไม่ค่อยสมหวังในเรื่องนี้สักเท่าไร หรือแท้จริงแล้ว Oscar Curse จะเป็นคำสาปที่มีอยู่จริง