The Fellow Miners

การจะทำโปรเจ็กต์ซักอย่าง การได้เพื่อนที่ทั้งรู้ใจและมองเห็นเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่างานสเกลไหนก็น่าจะสำเร็จได้ไม่ยาก เหมือนอย่างคู่หูคู่นี้ "ตั๋ม-ปจิต ถมยา" ผู้ก่อตั้ง Tales of Gold Mine แหล่งแฮ้งก์เอาท์คาแร็กเตอร์ชัด และ "เบียร์-สรณัฐ มัสยวานิช" ศิลปินและโปรดิวเซอร์ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง Summer Sun Records สองผู้อยู่เบื้องหลังงานปาร์ตี้ Dig Caravan ที่จะมาเปิดประสบการณ์การปาร์ตี้แบบ Top Notch ร่วมกับบ้าน Lips Garçon
 
เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน กลายมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจหลายคนก็เริ่มแบบนั้น แต่เราว่า คู่หูสองคนนี้มีสายสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกกว่านั้น

ตั๋ม : ก่อนหน้านี้ผมเคยช่วยคุณแม่ทำ Cafe de Tu แล้วก็มาทำ Cream by Cafe de Tu ทำค่ายเพลง Lazerface กับเพื่อน ร่วมกันจัดงาน Wet n' Wild อยู่ 2 ปี แล้วต่อมาภรรยาผมก็ชวนมาทำร้าน S'Mores Hunting Lodge พอมาทำร้าน Tales of Gold Mine ผมก็อยากจะโปรโมทเรื่อง Live Band พอดีมาเจอกับเบียร์ ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าเบียร์เก่งเรื่องดนตรีมาก และแนวเพลงของเบียร์ก็เหมาะมากด้วย อีกทั้งพ่อของผมกับเบียร์เป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนผมกับเบียร์ก็เป็นเพื่อนกันมาประมาณ 15-16 ปีแล้ว เราเลยอยากหาอะไรทำด้วยกัน 

เบียร์ : หลายคนจะรู้จักผมจากงานในวงการบันเทิง แต่อันที่จริงแล้วงานเพลงเป็นสิ่งที่ผมจริงจัง อัลบั้มผมก็ลงทุนและทำเองทั้งหมด พอมาทำงานร่วมกับตั๋มเขาก็สอนผมเยอะมากในการบริหารคน การจัดอีเว้นต์ เรามีของดีอยู่แล้ว แต่เราอยากให้ของดี Be Seen มากขึ้น แล้วช่วงหกเดือนที่ผ่านมา Tales of Gold Mine ก็เป็นแพลตฟอร์มที่ได้ลองทำ แล้วเราเห็นว่ามันเติบโตและดูน่าจะไปได้สวย

ตั๋ม : ผมชอบตรงที่เบียร์บอกกับผมว่า "คนจะมีหรือไม่มีก็ช่างมันเถอะ เราเล่นดนตรีไปเดี๋ยวก็ดึงคนเข้ามาได้เอง" ประโยคนี้ซื้อใจผมได้มาก มันคือแนวคิดที่ถูกต้อง 

Why Us? ทำไมถึงเลือกสื่อ Free Copy เป็นพันธมิตร คำถามนี้เราในฐานะ Media Partner เองก็อยากรู้เช่นกัน

ตั๋ม : ผมรู้จัก นิว (อธิวัฒน์ ตู้ทองคำ บก.บห. Lips Garçon) มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะฉะนั้น เรามาหาอะไรทำด้วยกันดีกว่า และคงจะเก๋มากถ้า Lips Garçon ได้มีปาร์ตี้เป็นประจำทุกเดือน โดยปาร์ตี้นี้เราจะใช้ Tales of Gold Mine เป็น Venue ร่วมมือกับเบียร์-สรณัฐ ในฐานะค่ายเพลง Summer Sun และ Lips Garçon เป็น Media Partner ผมคิดว่า คนสมัยนี้ไม่อยากเที่ยวที่เที่ยวธรรมดาๆ อยากเที่ยวในที่ที่มีมีเดียเป็นโฮสต์ เพราะดูเอ็กซ์คลูซีฟกว่า

เบียร์ : บางคนคิดว่า Print ตายแล้ว เพราะสื่อออนไลน์แน่นกว่า แต่คนจะอยากเก็บ Print ถ้าออนไลน์เริ่มเฝือ เดี๋ยวนี้เริ่มกลับมาสู่ยุคที่ศิลปินเริ่มขายซีดีได้ คนก็เริ่มหันมาซื้อไวนิล ของพวกนี้กลายเป็นของมีค่า ซึ่งผมคิดว่า อีกหน่อยคนจะเริ่มตามเก็บ Print แล้วอาจจะมีกิมมิกเอ็กซ์คลูซีฟตีพิมพ์ในตัว Print ที่ลิงค์ไปสู่คอนเท็นต์ในรูปแบบอื่นๆ ได้

สิ่งที่น่าตื่นเต้น คือ ปาร์ตี้ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวจบ แต่จัดต่อเนื่องถึง 4 ครั้ง 4 ธีมด้วยกัน เรียกว่าคู่หูคู่นี้ปล่อยของกันแบบไม่มีกั๊ก

ตั๋ม : 4 เดือนต่อจากนี้ไป เริ่มปาร์ตี้แรกในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะมีอารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจ แบนด์ มาเล่น เราเน้นดนตรีที่มีคุณภาพ เพราะโปรเจ็กต์ครั้งนี้เราจะทำเพื่อโปรโมท Live Music Culture ขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง เพราะช่วงนี้กระแสดนตรี EDM มาแรงมาก อยากให้คนมาสนใจ Live Music มากขึ้น เพราะพูดตามตรงว่า วงดนตรีในกลุ่มแมสบางวงก็ดี แต่ถ้าอยากดูคนที่เล่นดนตรีเป็นจริงๆ แล้วเราอยากจะเป็น Venue ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นศูนย์กลางของ International Music 

เบียร์ : เราตั้งใจเลือกวงที่เป็นออริจินัล เพราะอยากให้เป็น Original Music in Original Venue อย่างเป้-อารักษ์, The Windows วงของเจสซี่ เมฆวัฒนา และเพลงของผมเองจะมีแนวทางที่ใกล้เคียงกัน คือ โฟลคกับบลูส์ ส่วนปาร์ตี้ครั้งที่ 2 เป็น Rockabilly มี The Keylookz ของโน้ต-กฤษฎา Southern Boys และวง Trix 'o' Treat เป็นวงที่มีดับเบิ้ลเบสทั้งสามวง เราอยากได้ความดรามาติกบนเวที อยากให้คนมางานใส่แจ๊กเก็ตหนังมากัน ก็หวังว่าอากาศช่วงนั้นจะเริ่มเย็นแล้ว

ตั๋ม : ด้วยตัว Venue ที่เหมือนเหมืองในอเมริกาปีค.ศ. 1800 อยู่แล้ว การจัดงานแต่ละครั้งจะเหมือนพวกยิปซียกขบวนคาราวานมาขุดเหมือง ธีมครั้งแรก คือ The Ship Has Docked / ครั้งที่ 2 The Rock Has Fallen / ครั้งที่ 3 The Indians Are Calling / ครั้งที่ 4 เป็น The Wolves Are Howling สำหรับครั้งแรกอยากให้มาเจอเองว่าภายในงานมีอะไรบ้าง แต่บอกเลยว่า ครั้งแรกที่เข้างานคุณจะต้องทำ Legal Paper เหมือนเป็นการสะสมไมล์ ถ้ามาครบ 4 ครั้ง อาจจะมีของรางวัลพิเศษที่เป็นเซอร์ไพรส์

นอกเหนือจากจะเป็นเพื่อนเก่าแก่ที่รู้แนวทางกันดีแล้ว หากปราศจาก Passion เป็นแรงขับเคลื่อนทั้งสองคงเดินมาไม่ถึงจุดนี้

เบียร์ : งานทุกอย่างต้องมาจากพื้นฐานความเป็น Business แต่ส่วนตัวเราแล้วมาจาก Passion ล้วนๆ อย่างตัวผมเองเลือกศิลปินเข้าค่ายจากคนที่ผมเห็นว่ามีคุณค่า โดยไม่แคร์ว่าผมจะได้อะไรจากเขาตอบแทนกลับมาหรือเปล่า ผมแค่ต้องการให้คนได้รู้จักศิลปินที่ดี ให้โอกาสให้เขาได้ Be Seen

ตั๋ม : ผมชื่นชมเบียร์ตรงที่เขามีความคิดที่ Extreme ดี ชอบทำอะไรก็ทำจริงๆ ตั้งใจจริง เลยอยากทำงานกับเขา ผมยอมรับว่าตัวผมเองไม่ฟังเพลงไทย แต่เพลงที่เบียร์เลือกมา พอได้ฟังผมก็รับรู้ได้เลยว่าเป็นเพลงที่ดี น่าจะดึงดูดคนที่เป็น Music Enthusiastic จริงๆ

เบียร์ :  ปาร์ตี้ครั้งนี้จึงเกิดจาก Passion ที่เราอยากให้ศิลปินที่มีฝีมือได้มาโชว์ อย่าง Cyndi Sui เป็นวงอีเล็กทรอนิกส์แบบ Full Band แต่ยังไม่ได้โชว์เต็มแบนด์สักที หรือ The Keylookz วงสไตล์ Rockabilly ที่คนไม่ค่อยได้ดูเท่าไร ทั้งๆ ที่ดูทุกครั้งก็สนุก หรือดนตรีแบบเป้-อารักษ์ เบียร์-สรณัฐ และเจสซี่ เมฆวัฒนา ที่ชื่นชอบในอเมริกันคันทรี่เหมือนๆ กัน เราก็มารวมตัวกันภายในงานเดียวให้คนที่ชอบแนวนี้ได้ฟินกันเต็มที่ อยากให้มาแล้วได้ Inspiration กลับไปสร้างสรรค์งานของตัวเอง เพราะงานนี้เต็มไปด้วยคนที่เป็นศิลปินตัวจริง





ปาร์ตี้ครั้งแรกที่ Lips Garçon ขอจับมือกับ Tales of Gold Mine แหล่งแฮ้งก์เอาท์ที่รวบรวมเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ พร้อมเพลย์ลิสต์ที่คัดสรรจาก Summer Sun Records ค่ายเพลงน้องใหม่คุณภาพคับแก้ว มาเปิดประสบการณ์ปาร์ตี้ที่คัดเฉพาะ The Best Quality ในทุกดีเทลภายใต้คอนเซ็ปต์ Dig Caravan

Lips Garçon x Tales of Gold Mine x Summer Sun Records
present
DIG CARAVAN Chapter 1 : The Ship Has Docked

เมื่อเรือสำเภาทอดสมอ หนุ่มสาวจากซีกโลกตะวันออกที่รอนแรมกลางทะเลมานานนับเดือนก็พร้อมก้าวเหยียบแผ่นดินใหญ่ เพื่อแสวงหาความสนุกสนานที่หาไม่ได้จากแผ่นดินแม่ที่จากมา

ต้อนรับเข้าสู่งานด้วยการกรูมมิ่งให้ได้ลุคหล่อเหลาด้วยบริการจาก Black Amber บาร์เบอร์ช็อประดับท็อป พร้อมถ่ายภาพติดบัตรโดยฝีมือช่างภาพมือฉมัง "แอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี" ผู้ก่อตั้ง Airlab สตูดิโอถ่ายภาพครบวงจร เพื่อทำการ Register เข้าสู่เหมืองทองแห่งความบันเทิงที่จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายโอเรียนทัลคละคลุ้ง ชายหนุ่มใส่สูทปักลวดลาย Chinoiserie สาวๆ ในชุดกี่เพ้า พร้อมจิบดริ๊งก์สูตรพิเศษที่ครีเอทมาเพื่อค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ

เติมเต็มบรรยากาศด้วยเสียงเพลงสไตล์อเมริกันคันทรี่ นำทีมโดย "เบียร์-สรณัฐ มัสยวานิช" ร่วมด้วยหนุ่มโฟลคติดกลิ่นร็อคแอนด์โรล "เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ" และวงน้องใหม่อย่าง The Windows ที่นำโดย "เจสซี่ เมฆวัฒนา" และ "อั้ม-สิทธิชน จุลโคตร"


แล้วพบกันในคืนวันที่ 30 กันยายนนี้ ที่ Tales of Gold Mine ชั้น 1 กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ 





** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :