The Dancers Body

How It Started
ผมเริ่มรู้จัก Contemporary Dance ที่มหาวิทยาลัยที่แหละ เมื่อก่อนจะเต้นแจ๊สแดนซ์แต่ไม่เคยเรียนจริงจัง เพิ่งจะมาเรียนกับสถาบันจากเมืองนอก แล้วสอบได้เกรด Honor Plus เมื่อปีที่แล้วนี่เอง สมัยเรียนในมหาวิทยาลัยจะให้เรียนบัลเล่ต์ด้วย ซึ่งเอาจริงๆ ผมคิดว่า การเต้นบัลเล่ต์น่าเบื่อ ศัพท์แสงที่ใช้เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญมาก 

ผมเริ่มมาเรียนกับครูอาร์ต เจ้าของ Stories to Tales Studio ตั้งแต่ในมหาวิทยาลัย ผมยกให้ครูเป็นไอดอลมาตั้งแต่ตอนนั้น แล้วพอครูมาเปิดสตูดิโอ ผมก็ตามมาเรียน สำหรับนักเต้นการเรียนเสริมคลาสต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างนักเต้นคอนเท็มฯ แต่ละคนก็มีสไตล์แตกต่างกันไป ถ้าใครสามารถสร้างสไตล์ได้ชัดเจนคนนั้นจะเกิด คนจะให้ความสนใจ การสร้างอินเนอร์ก็สำคัญมากมันทำให้การเต้นมีเสน่ห์ 

Practice Routine
ส่วนใหญ่แล้วจะซ้อมทุกวัน หยุดแค่วันพฤหัสบดีวันเดียว ผมจะมีเรียนกับครูอาร์ต 2 วันที่ Stories to Tales แต่ไม่ใช่คลาสเต้นจริงจังเหมือนที่นี่ แต่ต้องซ้อมเพื่อให้พละกำลังในตัวเราคงที่ มาเรียนกับครูอาร์ตจะเรียนทั้งคอนเท็มฯ บัลเล่ต์ ฮิพฮอพ 

My Dancer Body
การเรียนเต้นมาเกือบ 10 ปี ทำให้เราได้เรื่องความแข็งแรง ฝึกลมหายใจ ไม่เหนื่อยง่าย ผมเคยหยุดเต้นไปหนึ่งเดือน กลายเป็นคนป่วยง่ายไปเลยครับ รู้ทันทีเลยว่าเป็นเพราะเราหยุดออกกำลังกาย การทำให้เหงื่ออกทุกวันมันดีต่อร่างกายจริงๆ การเต้นยังช่วยเรื่องรูปร่างได้เยอะมาก มีเพื่อนหลายคนถ้าหยุดไปสักเดือนสองเดือนจะอ้วนเลยครับ คลาสหนึ่งน่าจะเบิร์นได้ 400-500 แคลอรี่ การเต้นมันหยุดไม่ได้ไงครับ ครูเขาจะเปิดเพลงต่อท่าไปเรื่อยๆ คลาสยาวประมาณ 1 – 1 ชั่วโมงครึ่ง

ตัวผมเองเต้นหลายแบบแต่ละแบบก็ช่วยเสริมคนละด้าน อย่างการเต้นคอนเท็มฯ เราจะได้เรื่องความสมดุล ได้กล้ามเนื้อแกนกลาง ได้ฟีลลิ่งและสไตล์ ได้เรียนรู้ว่าทำอย่างไรเราถึงจะบาดเจ็บน้อยที่สุด เวลาล้มไม่ให้เอาเข่าหรือศอกกระแทกพื้น มันเป็นเรื่องการลงน้ำหนักที่ช่วยเซฟร่างกายและรักษาสมดุล อย่างเวลาผมล้มผมจะเกิดสัญชาตญาณทันทีเลยว่า ผมจะไม่เอาหน้าลง แต่ละเอาอุ้งมือลง ซึ่งดีกว่าการเอาหน้าลง หรือเข่าลง เพราะมือเรามีกล้ามเนื้อจากแขนช่วย 

     ส่วนบัลเล่ต์ได้กล้ามเนื้อชัดเจนเลย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาที่ต้องแข็งแรงมาก ทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ทุกส่วนหลัง ขา ไปจนถึงปลายเท้า 

นอกจากเต้นแล้วควรออกกำลังกายแบบอื่นควบคู่กันไปด้วย แต่ตัวผมเองยอมรับว่า บางครั้งก็ขี้เกียจนะเพราะแค่เต้นก็เหนื่อยแล้ว แต่จริงๆ ควรจะเข้ายิมเพราะมันทำให้เราฝึกเต้นได้นานขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย นักเต้นบางคนฝึกบัลเล่ต์แล้วเจ็บขา เขาเลยไปเข้าคลาสโยคะ ช่วยเยียวยาอาการบาดเจ็บได้ เดี๋ยวนี้การออกกำลังกายเหมือนเป็นการบำบัดตัวเองได้โดยไม่ต้องทานยา

My Diet 
ผมไม่ได้ควบคุมอาหาร กินหมดทุกอย่าง กินเก่งมาก ช่วงมีถ่ายละครถึงจะกินแต่กล้วยหอมกับนมไขมันต่ำ เพื่อให้เวลาออกกล้องแล้วหน้าดูเรียว 

My Goal
เรียกว่าท่า ‘Tilt’ ครับ ท่านี้ทำยากครับเพราะเกิดการยกขาขึ้นมาแล้วค้างไว้ ต้องฝึกฝนนานถึงจะเตะขาได้สูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องฝึกบาลานซ์ กล้ามเนื้อท้องก็ต้องแข็งแรง แต่ผมก็ยังทำได้ไม่สมบูรณ์นะครับ เพราะมันต้องงัดขาขึ้นมาได้อย่างสบายๆ ตัวต้องอ่อน กล้ามเนื้อต้องแข็งแรง ต้องขยันฝึกอย่างเดียวเลยครับ เพราะแต่ละคนมีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน บางคนแค่ปีเดียวทำได้แล้ว เพราะสรีระเขาเอื้อ ถ้าเราหยุดเมื่อไรเราจะตามคนอื่นไม่ทัน บางคนฝึกมาตั้งแต่เด็กเลยทำได้ แต่มาฝึกตอนโตก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ถ้าเราขยันฝึกบ่อยๆ เข้าเราก็จะทำได้ในที่สุด

My Advice
ถ้ารู้ตัวว่า ชอบการเต้นก็ต้องลงมือทำเลย บางคนลองเรียนแล้วท้อ เพราะมันยาก แต่ถ้าเรามองเห็นตัวเองในกระจกเวลาเต้นเราจะหลงรักตัวเองมากขึ้น เหมือนได้ทั้งรูปร่างที่ดี และได้เสริมเสน่ห์ในตัวเอง แล้วจะรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายคนเรามหัศจรรย์จริงๆ 

     ถ้าผู้ชายคนไหนกลัวว่า มาเรียนเต้นแล้วจะไม่แมนนะครับ ผมบอกได้เลยว่า นักบัลเล่ต์เมืองนอกแต่งงานมีลูกมีเมียกันเป็นเรื่องปกติ บางคนมาเรียนเพราะอยากใกล้ชิดผู้หญิงก็มีนะ ผมว่า การเต้นทำให้เราแข็งแรง และดูเป็นผู้ชายเซ็กซี่มากกว่าจะดูตุ้งติ้งนะครับ ลองคิดดูว่า ผู้ชายคนหนึ่งสามารถยกผู้หญิงได้เขาจะต้องแข็งแรงขนาดไหน    

Beach Ready 
ช่วงที่จะไปทะเลเวลาเข้าคลาสเต้นจะใส่เต็มแรงเลย ไม่พัก ไม่อู้ ผมว่า ร่างกายคนเราอดอาหารแล้วจะเพลียนะ แต่ผมจะพยายามกินแป้งให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่มีไขมันรอบเอว ถ้าเรามีหุ่นที่ลีนเราก็จะยิ่งมีมัดกล้ามที่ชัด เราผอมแต่มีกล้ามเนื้อ หุ่นก็จะดูดี ใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วดูเท่ 

เรื่อง-ภาพ ทีม บก.ลิปส์การ์ซง
ขอขอบคุณ Stories to Tales Theatre ชั้น 9 Metropolis The Luxury Office โทร. 09 8795 9246
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Men
The Completed Side of The Moon
โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ (Omega Speedmaster) ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานและเรื่องเล่ามากมาย และยังเป็นหนึ่งในนาฬิกาชื่อดังสูงสุดของโลก ที่ได้ร่วมออกเดินทางไปกับการผจญภัยในห้วงอวกาศของมวลมนุษยชาติในทุกภารกิจอันยิ่งใหญ่ กระทั่งได้รับการขนามนามว่า \'เดอะ มูนวอตช์ (the Moonwatch)\' 
Men
Note Kritsada Phakawatsuntorn
เขาเคยเป็น Men's Wear Designer ให้ Playhound, เป็น Visual Director ให้แบรนด์และร้าน Greyhound Cafe, เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Wolfkind, เล่นดนตรีบลูและมีซิงเกิลที่ค่ายสมอลล์รูม แถมยังเป็นศิลปินภาพจากดินสอ และปัจจุบันหุ้นส่วนบริษัทโปรดักชั่นอาร์ต ชื่อ เจมส์ ดีน เลี้ยงปากท้องลูกน้องอาร์ตๆ อีกนับสิบคน เอ้อ...มีภรรยากับลูกอีกสอง