1 / 2

The Completed Side of The Moon

การเดินทางอันน่าทึ่งครั้งล่าสุดของ 'โอเมก้า สปีดมาสเตอร์'

โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ (Omega Speedmaster)  ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานและเรื่องเล่ามากมาย และยังเป็นหนึ่งในนาฬิกาชื่อดังสูงสุดของโลก ที่ได้ร่วมออกเดินทางไปกับการผจญภัยในห้วงอวกาศของมวลมนุษยชาติในทุกภารกิจอันยิ่งใหญ่ กระทั่งได้รับการขนามนามว่า 'เดอะ มูนวอตช์ (the Moonwatch)' 

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี ค.ศ.1957 สปีดมาส-เตอร์ได้ร่วมเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ให้กับนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟสู่การเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่มีสเกลจับเวลาบรรจุไว้บนขอบตัวเรือน และนั่นได้ทำให้ตำแหน่งของสปีดมาสเตอร์ ในฐานะนาฬิกาโครโน-กราฟต้นตำรับสูงสุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มามั่นคงยิ่งขึ้น ก่อนที่เรือนเวลานี้จะวิวัฒนาการต่อยอดด้านสมรรถนะ และงานออกแบบสู่นาฬิการุ่นต่างๆ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการถือกำเนิดของคอลเล็กชั่นที่มีผู้คนกล่าวขวัญถึงมากที่สุด ณ ปัจจุบัน กับนาฬิกา สปีด-มาสเตอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน (Speedmaster Side of the Moon) ที่จวบจนวันนี้เปิดตัวมาแล้วถึงสามเจเนอเรชั่น ซึ่งเจเนอเรชั่นล่าสุดก็คือ Speedmater White Side of the Moon 

สปีดมาสเตอร์ ไวท์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน เปรียบได้กับตัวแทนผู้ถ่ายทอดด้านอันสว่างไสวและเปล่งประกายแสงเจิดจรัสของวัตถุท้องฟ้านี้ที่มองเห็นได้จากผืนโลก กับโทนสีขาวบริสุทธิ์ของตัวเรือนเซรามิก 44.25 มม. ที่มาพร้อมหน้าปัดเซอร์โคเนียมออกไซด์เซรามิกสีขาวและขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาวขัดเงา เช่นกันกับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วนทรงกล่องซึ่งผ่านการเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ขณะที่เข็มจับเวลาวินาทีกลางผ่านการชุบโรเดียมและโดดเด่น ด้วยปลายสีแดง นอกจากนี้เข็มชั่วโมง นาที และจับเวลาวินาทีกลางทั้งหมดยังเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาสีขาว เช่นเดียวกับเครื่องหมายขีดและจุดสองจุด ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา แกะสลักไว้เหนือศูนย์กลางหน้าปัดด้วยคำว่า ZrO2 และ Speedmaster ในโทนสีแดง พร้อมสายหนังสีขาวและตัวพับล็อกสายแบบทบสีขาว รวมถึงตัวพับกรอบสปริงทำจากไทเทเนียม เกรด 5 ซึ่งนับเป็นตัวพับล็อกสายเซรามิกพิเศษที่สร้างความแตกต่างออกไปจากพี่น้องรุ่นอื่นๆ ของนาฬิการุ่นนี้ 

ขณะที่ฝาหลังติดตั้งด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วนเอียงลาดลง พร้อมสัญลักษณ์เฉพาะชุบโครเมียมไนไตรด์และแกะสลักด้วยชื่อรุ่นของนาฬิกา ภายใต้การขับเคลื่อนของกลไก OMEGA Co-Axial calibre 9300 จักรกลซึ่งผลิตภายในโรงงานของตนเองชุดแรก ที่มาพร้อมคุณสมบัติของฟังก์ชันโครโนกราฟ อันเป็นหัวใจของทายาทเรือนเวลาอันล้ำยุคสูงสุดเรือนนี้ 

แม้ตำนานของ มูนวอตช์ และสปีด มาสเตอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน ดูเหมือนจะยังคงเดินหน้าด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของ โอเมก้า แต่ด้วยประวัติศาสตร์อันเข้มแข็งของคอลเล็กชั่น ย่อมทำให้ทายาทเรือนเวลาทุกๆ รุ่นของสปีดมาสเตอร์ และไซด์ ออฟ เดอะ มูน จะยังคงเป็นที่หมายปองและเสาะแสวงหาโดยเหล่านักสะสมนาฬิกาทั่วโลกเสมอ
การเดินทางอันน่าทึ่งครั้งล่าสุดของ 'โอเมก้า สปีดมาสเตอร์'

โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ (Omega Speedmaster)  ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานและเรื่องเล่ามากมาย และยังเป็นหนึ่งในนาฬิกาชื่อดังสูงสุดของโลก ที่ได้ร่วมออกเดินทางไปกับการผจญภัยในห้วงอวกาศของมวลมนุษยชาติในทุกภารกิจอันยิ่งใหญ่ กระทั่งได้รับการขนามนามว่า 'เดอะ มูนวอตช์ (the Moonwatch)' 

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี ค.ศ.1957 สปีดมาส-เตอร์ได้ร่วมเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ให้กับนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟสู่การเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่มีสเกลจับเวลาบรรจุไว้บนขอบตัวเรือน และนั่นได้ทำให้ตำแหน่งของสปีดมาสเตอร์ ในฐานะนาฬิกาโครโน-กราฟต้นตำรับสูงสุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มามั่นคงยิ่งขึ้น ก่อนที่เรือนเวลานี้จะวิวัฒนาการต่อยอดด้านสมรรถนะ และงานออกแบบสู่นาฬิการุ่นต่างๆ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการถือกำเนิดของคอลเล็กชั่นที่มีผู้คนกล่าวขวัญถึงมากที่สุด ณ ปัจจุบัน กับนาฬิกา สปีด-มาสเตอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน (Speedmaster Side of the Moon) ที่จวบจนวันนี้เปิดตัวมาแล้วถึงสามเจเนอเรชั่น ซึ่งเจเนอเรชั่นล่าสุดก็คือ Speedmater White Side of the Moon 

สปีดมาสเตอร์ ไวท์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน เปรียบได้กับตัวแทนผู้ถ่ายทอดด้านอันสว่างไสวและเปล่งประกายแสงเจิดจรัสของวัตถุท้องฟ้านี้ที่มองเห็นได้จากผืนโลก กับโทนสีขาวบริสุทธิ์ของตัวเรือนเซรามิก 44.25 มม. ที่มาพร้อมหน้าปัดเซอร์โคเนียมออกไซด์เซรามิกสีขาวและขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาวขัดเงา เช่นกันกับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วนทรงกล่องซึ่งผ่านการเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ขณะที่เข็มจับเวลาวินาทีกลางผ่านการชุบโรเดียมและโดดเด่น ด้วยปลายสีแดง นอกจากนี้เข็มชั่วโมง นาที และจับเวลาวินาทีกลางทั้งหมดยังเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาสีขาว เช่นเดียวกับเครื่องหมายขีดและจุดสองจุด ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา แกะสลักไว้เหนือศูนย์กลางหน้าปัดด้วยคำว่า ZrO2 และ Speedmaster ในโทนสีแดง พร้อมสายหนังสีขาวและตัวพับล็อกสายแบบทบสีขาว รวมถึงตัวพับกรอบสปริงทำจากไทเทเนียม เกรด 5 ซึ่งนับเป็นตัวพับล็อกสายเซรามิกพิเศษที่สร้างความแตกต่างออกไปจากพี่น้องรุ่นอื่นๆ ของนาฬิการุ่นนี้ 

ขณะที่ฝาหลังติดตั้งด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วนเอียงลาดลง พร้อมสัญลักษณ์เฉพาะชุบโครเมียมไนไตรด์และแกะสลักด้วยชื่อรุ่นของนาฬิกา ภายใต้การขับเคลื่อนของกลไก OMEGA Co-Axial calibre 9300 จักรกลซึ่งผลิตภายในโรงงานของตนเองชุดแรก ที่มาพร้อมคุณสมบัติของฟังก์ชันโครโนกราฟ อันเป็นหัวใจของทายาทเรือนเวลาอันล้ำยุคสูงสุดเรือนนี้ 

แม้ตำนานของ มูนวอตช์ และสปีด มาสเตอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ มูน ดูเหมือนจะยังคงเดินหน้าด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของ โอเมก้า แต่ด้วยประวัติศาสตร์อันเข้มแข็งของคอลเล็กชั่น ย่อมทำให้ทายาทเรือนเวลาทุกๆ รุ่นของสปีดมาสเตอร์ และไซด์ ออฟ เดอะ มูน จะยังคงเป็นที่หมายปองและเสาะแสวงหาโดยเหล่านักสะสมนาฬิกาทั่วโลกเสมอ
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Men
10 Vintage Vibe Denim Guides
พาไปเดินสำรวจย่านยีนส์วินเทจสุดเก๋าที่มียีนส์รุ่น Rare Item เป็นพระเอกของร้านอย่าง "ตลาดนัดสวนจตุจักร" ที่ร้านเด็ดๆ ส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่ในโครงการ 5-6 ติดริมรั้วฝั่งถนนพหลโยธิน หนุ่มๆ หัวใจรักยีนส์บอกเลยห้ามพลาด
Men
The Celebrity Trainer
อานันท์ อภินันทน์ เทรนเนอร์หนุ่มหุ่นอภิมหาล่ำที่ทำให้เรานึกถึงคาแร็กเตอร์ดังในหนังซูเปอร์ฮีโร่คนนี้กลายเป็นไอดอลของหนุ่มๆ ที่อยากบิลด์กล้ามให้ใหญ่บึกแข็งแรง รวมถึงยังเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ อยากมีซิกซ์แพ็คกันเป็นแถว เพราะผลงานปั้นหุ่นสุดเพอร์เฟ็กต์ที่เขาเสกให้ดาราแถวหน้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น หมาก-ปริญ สุภารัตน์, คิมเบอร์ลีย์ แอน เทียมศิริ, ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์,ศรีริต้า เจนเซ่น และ เจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ ฯลฯ ซัมเมอร์นี้การ์ซงอาจจะจองคิวเขาไม่ทัน เพราะตารางเทรนของเขาแน่นเอี๊ยด แต่ไม่ต้องห่วง เราล้วงเคล็ดลับฟิตหุ่นจากเทรนเนอร์คนดังมาฝากการ์ซงแล้ว
Men
10 Vintage Motorcycles You Wish You Owned
"เจี๊ยบ-ชัยวัฒน์ สิงหะ" หนึ่งในหุ้นส่วน 8080 Café แหล่งรวมพลคนรักมอเตอร์ไซค์รุ่นเก๋า จะมาลิสต์ 10 รุ่นมอเตอร์ไซค์สายวินเทจที่เรียกร้องให้คุณรีบไปถอยมาประดับโรงรถสักคันสองคัน