1 / 4

The Colorful Of Sporty

Lotus Elise ถือเป็นรถสปอร์ตพิกัดเบาที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ต หรือเพียงแค่ความเร้าใจในสมรรถนะเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลากหลายส่วนที่ปรุงแต่ง มันทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งคงไม่แปลกเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยแล้วจะหลงใหล Lotus  มันถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์ดังระดับ ถ้าจะหาความสปอร์ตที่รูปทรงน่าหลงใหลก็คงจะต้องเป็น Elise ภายใต้สัญลักษณ์ดอกบัว  อัตรการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 60 ไมล์/ชม. ที่ทำได้ใน 4.9 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อคเอาไว้ที่ 155 ไมล์/ชม. คือ ตัวเลขที่สามารถการันตีสมรรถนะระดับรถ Super Car ได้เป็นอย่างดี และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ Lotus Elise ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกได้ในทันทีที่เปิดตัว 

Lotus Elise 111R คือ คือความลงตัวของการออกแบบระหว่างงานดีไซน์ที่งดงามและพละกำลังที่เร้าใจ ซึ่งเมื่อมันออกมาเป็นรถยนต์สปอร์ตคันย่อมแล้ว จนทำให้ Lotus Elise เป็นยนตรกรรมในระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่สามารถขับใช้งานได้ในทุกๆวันพร้อมกับความสนุกในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในเมืองหรือนอกเมือง ความโดดเด่นจากหลังคาเปิดประทุนแบบซีอฟท๊อปหรือหลังคาผ้าใบ กับเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจากแบรนด์ Blaupunkt (บราวพุงต์) ทำให้เป็นรถที่น่าหลงใหล ภายนอกก็สะกดตา เมื่อได้สัมผัสก็เร้าใจ ทันทีที่กดคันเร่งไป มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นรถสปอร์ตในทันทีที่ต้องการ คุณสมบัติที่สื่อสารถึงผู้ขับผ่านพวงมาลัย และระบบช่วงล่างที่ปรับเซ็ทมาให้การขับขี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ และใช้ความเร็วได้ตามต้องการในหลากหลายรูปแบบของโค้งบนถนน และยังให้การทรงตัวที่ดีในช่วงทางตรง     

จากพื้นฐานประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของโมเดลแรก ที่สร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ Lotus Elise ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดคือเวอร์ชั่นปี 2015 ที่มีชื่อว่า Lotus Elise S Cup รถสปอร์ตพิกัดเบาที่ผ่านการขัดเกลาจุดอ่อนต่างๆ เพื่อยกระดับสมรรถนะให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ภายนอกที่มีการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทที่มีการคำนวณตามหลักอากาศพลศาสตร์ใหม่ ซึ่งสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 66 กก. ขณะใช้ความเร็ว 100 ไมล์/ชม. และยังเพิ่มแรงกดตัวรถให้นิ่งด้วยน้ำหนัก 125 กก. เมื่อใช้ความเร็วสูงสุด โดยนอกจากจะเน้นสมรรถนะแล้ว ชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทนี้ยังช่วยเพิ่มบุคคลิกความดุดันให้กับ Lotus Elise S Cup มากขึ้นไม่ว่าขับไปทางไหนก็ดูน่าเกรงขาม  ภายนอกชุดแต่งนี้ใช้โทนสีดำด้านเป็นหลัก ยกเว้นฝาครอบกระจกมองข้างที่เลือกใช้สีเทาด้าน นอกจากนี้ยังติดสติ๊กเกอร์ลายธงชาติอังกฤษไว้เป็นเอกลักษณ์ของรถจากเมืองผู้ดี พร้อมด้วย สติ๊กเกอร์ Elise S Cup ไว้ที่ด้านหลังของตัวรถ และสติ๊กเกอร์ S Cup ไว้ที่แก้มหน้าของตัวรถ เพื่อตอกย้ำความเป็นเวอร์ชั่นพิเศษได้อีกด้วย     

ในทุกๆ อย่างของการอัพเกรด คือ ส่วนสำคัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งล้อที่เปลี่ยนใหม่เป็นอัลลอยด์สีดำก้าน Y ต่างขนาด ด้านหน้า 16 นิ้ว ด้านหลัง 17 นิ้ว ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าปกติ มันทำให้เมื่อขับขี่ไปทางไหนก็ดูสปอร์ตน่าดูไม่ว่าสายตาคู่ไหนได้มองผ่านเหล็กกันโคลงด้านหน้าสามารถปรับระดับแข็งอ่อนได้เพื่อการขับขี่หลายรูปแบบ ในขณะที่ด้านหลังแม้จะเป็นช่วงล่างแบบอิสระแต่ก็เป็นเวอร์ชั่นสำหรับสนามแข่งเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ได้อรรถรสในการขับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรับโหมดการขับขี่  ไดนามิก เพอร์ฟอร์มานซ์ เมเนจเม้นท์ (Dynamic Performance Management) เป็นโหมดที่ทำให้เร้าใจขึ้นทันที่ ทั้งจากสมรรถนะ และเสียงอันทรงพลังจากท่อไอเสียโครเมี่ยมที่ออกจากกึ่งกลางด้านท้ายรถ

แม้จะเป็นรถสปอร์ตพิกัดเล็กน้ำหนักเบา เวอร์ชั่นที่อัพเกรดสมรรถนะเพื่อเน้นความเร้าใจก็ตาม แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มำให้ Lotus Elise สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยการผสมผสานอารมณ์ความสปอร์ตเข้ากับพื้นฐานการตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทา-ดำ เช่น เบาะนั่งเดินด้ายสีขาว พร้อมตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่นที่ปักอยู่บนพนักพิงหลัง แน่นอนว่าต้องมีโลโก้ของโลตัสปักอยู่ที่บริเวณหมอนรองศรีษะด้วย ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้นั้นประกอบด้วย ระบบทำความร้อน, กระจกไฟฟ้า, กุญแจรีโมท พร้อมฝังชิพเข้ารหัส และสัญญาณเตือนภัย ป้องกันการจรกรรม รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อตวามปลอดภัย สำหรับในส่วนของอุปกรณ์เพิ่มเติม ถ้าหากคิดว่ายังไม่เพียงพอ ทาง Lotus ยังมีออพชั่นแบบแพคเกจเตรียมไว้ให้ โดยจะเป็นชุดเพคเกจ Comfort Pack หรือจะเป็นออพชั่นสำหรับเลือกติดตั้งบางอย่างก็สามารถเลือกได้เช่นกัน

คุณสมบัติเด่นที่ว่ามาทำให้สปอร์ตพันธุ์เล็กที่สีสันสดใสอย่าง Lotus Elise โดดเด่นด้วยขนาดตัวและเครื่องยนต์พิกัดเล็กแต่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่เทียบชั้นรถระดับซูเปอร์คาร์คันโต แถมสีสันที่มีให้เลือกหลายเฉดสีทำให้ Lotus Elise คือ สายพันธ์รถสปอร์ตระดับ  World's Greatest Sports Cars อย่างแท้จริง   สิ่งที่ทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ก็คือ ขุมพลังที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ เวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นล่าสุด Lotus Elise S Cup ก็ได้อัพเกรดขุมพลังแบบเต็มสมรรถนะขึ้นอีกครั้ง จากพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร DOHC VVT-i 16 วาล์ว และเสริมเขี้ยวเล็บด้วย ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่จัดการเรียงอัตราทดรอบใหม่ให้ เพื่อรองรับกำลังทั้งหมด 217 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร  สำหรับการสร้างสมรรถนะในระดับ Super Car ด้วยอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ใน 4.2 วินาที ส่วนอัตราความเร็วสูงสุดนั้นถูกจำกัดเอาไว้ที่ 140 ไมล์/ชม. หรือราวๆ 225 กม./ชม.  
Lotus Elise ถือเป็นรถสปอร์ตพิกัดเบาที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ต หรือเพียงแค่ความเร้าใจในสมรรถนะเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลากหลายส่วนที่ปรุงแต่ง มันทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งคงไม่แปลกเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยแล้วจะหลงใหล Lotus  มันถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์ดังระดับ ถ้าจะหาความสปอร์ตที่รูปทรงน่าหลงใหลก็คงจะต้องเป็น Elise ภายใต้สัญลักษณ์ดอกบัว  อัตรการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 60 ไมล์/ชม. ที่ทำได้ใน 4.9 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อคเอาไว้ที่ 155 ไมล์/ชม. คือ ตัวเลขที่สามารถการันตีสมรรถนะระดับรถ Super Car ได้เป็นอย่างดี และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ Lotus Elise ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกได้ในทันทีที่เปิดตัว 

Lotus Elise 111R คือ คือความลงตัวของการออกแบบระหว่างงานดีไซน์ที่งดงามและพละกำลังที่เร้าใจ ซึ่งเมื่อมันออกมาเป็นรถยนต์สปอร์ตคันย่อมแล้ว จนทำให้ Lotus Elise เป็นยนตรกรรมในระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่สามารถขับใช้งานได้ในทุกๆวันพร้อมกับความสนุกในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในเมืองหรือนอกเมือง ความโดดเด่นจากหลังคาเปิดประทุนแบบซีอฟท๊อปหรือหลังคาผ้าใบ กับเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจากแบรนด์ Blaupunkt (บราวพุงต์) ทำให้เป็นรถที่น่าหลงใหล ภายนอกก็สะกดตา เมื่อได้สัมผัสก็เร้าใจ ทันทีที่กดคันเร่งไป มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นรถสปอร์ตในทันทีที่ต้องการ คุณสมบัติที่สื่อสารถึงผู้ขับผ่านพวงมาลัย และระบบช่วงล่างที่ปรับเซ็ทมาให้การขับขี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ และใช้ความเร็วได้ตามต้องการในหลากหลายรูปแบบของโค้งบนถนน และยังให้การทรงตัวที่ดีในช่วงทางตรง     

จากพื้นฐานประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของโมเดลแรก ที่สร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ Lotus Elise ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดคือเวอร์ชั่นปี 2015 ที่มีชื่อว่า Lotus Elise S Cup รถสปอร์ตพิกัดเบาที่ผ่านการขัดเกลาจุดอ่อนต่างๆ เพื่อยกระดับสมรรถนะให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ภายนอกที่มีการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทที่มีการคำนวณตามหลักอากาศพลศาสตร์ใหม่ ซึ่งสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 66 กก. ขณะใช้ความเร็ว 100 ไมล์/ชม. และยังเพิ่มแรงกดตัวรถให้นิ่งด้วยน้ำหนัก 125 กก. เมื่อใช้ความเร็วสูงสุด โดยนอกจากจะเน้นสมรรถนะแล้ว ชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทนี้ยังช่วยเพิ่มบุคคลิกความดุดันให้กับ Lotus Elise S Cup มากขึ้นไม่ว่าขับไปทางไหนก็ดูน่าเกรงขาม  ภายนอกชุดแต่งนี้ใช้โทนสีดำด้านเป็นหลัก ยกเว้นฝาครอบกระจกมองข้างที่เลือกใช้สีเทาด้าน นอกจากนี้ยังติดสติ๊กเกอร์ลายธงชาติอังกฤษไว้เป็นเอกลักษณ์ของรถจากเมืองผู้ดี พร้อมด้วย สติ๊กเกอร์ Elise S Cup ไว้ที่ด้านหลังของตัวรถ และสติ๊กเกอร์ S Cup ไว้ที่แก้มหน้าของตัวรถ เพื่อตอกย้ำความเป็นเวอร์ชั่นพิเศษได้อีกด้วย     

ในทุกๆ อย่างของการอัพเกรด คือ ส่วนสำคัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งล้อที่เปลี่ยนใหม่เป็นอัลลอยด์สีดำก้าน Y ต่างขนาด ด้านหน้า 16 นิ้ว ด้านหลัง 17 นิ้ว ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าปกติ มันทำให้เมื่อขับขี่ไปทางไหนก็ดูสปอร์ตน่าดูไม่ว่าสายตาคู่ไหนได้มองผ่านเหล็กกันโคลงด้านหน้าสามารถปรับระดับแข็งอ่อนได้เพื่อการขับขี่หลายรูปแบบ ในขณะที่ด้านหลังแม้จะเป็นช่วงล่างแบบอิสระแต่ก็เป็นเวอร์ชั่นสำหรับสนามแข่งเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ได้อรรถรสในการขับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรับโหมดการขับขี่  ไดนามิก เพอร์ฟอร์มานซ์ เมเนจเม้นท์ (Dynamic Performance Management) เป็นโหมดที่ทำให้เร้าใจขึ้นทันที่ ทั้งจากสมรรถนะ และเสียงอันทรงพลังจากท่อไอเสียโครเมี่ยมที่ออกจากกึ่งกลางด้านท้ายรถ

แม้จะเป็นรถสปอร์ตพิกัดเล็กน้ำหนักเบา เวอร์ชั่นที่อัพเกรดสมรรถนะเพื่อเน้นความเร้าใจก็ตาม แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มำให้ Lotus Elise สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยการผสมผสานอารมณ์ความสปอร์ตเข้ากับพื้นฐานการตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทา-ดำ เช่น เบาะนั่งเดินด้ายสีขาว พร้อมตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่นที่ปักอยู่บนพนักพิงหลัง แน่นอนว่าต้องมีโลโก้ของโลตัสปักอยู่ที่บริเวณหมอนรองศรีษะด้วย ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้นั้นประกอบด้วย ระบบทำความร้อน, กระจกไฟฟ้า, กุญแจรีโมท พร้อมฝังชิพเข้ารหัส และสัญญาณเตือนภัย ป้องกันการจรกรรม รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อตวามปลอดภัย สำหรับในส่วนของอุปกรณ์เพิ่มเติม ถ้าหากคิดว่ายังไม่เพียงพอ ทาง Lotus ยังมีออพชั่นแบบแพคเกจเตรียมไว้ให้ โดยจะเป็นชุดเพคเกจ Comfort Pack หรือจะเป็นออพชั่นสำหรับเลือกติดตั้งบางอย่างก็สามารถเลือกได้เช่นกัน

คุณสมบัติเด่นที่ว่ามาทำให้สปอร์ตพันธุ์เล็กที่สีสันสดใสอย่าง Lotus Elise โดดเด่นด้วยขนาดตัวและเครื่องยนต์พิกัดเล็กแต่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่เทียบชั้นรถระดับซูเปอร์คาร์คันโต แถมสีสันที่มีให้เลือกหลายเฉดสีทำให้ Lotus Elise คือ สายพันธ์รถสปอร์ตระดับ  World's Greatest Sports Cars อย่างแท้จริง   สิ่งที่ทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ก็คือ ขุมพลังที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ เวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นล่าสุด Lotus Elise S Cup ก็ได้อัพเกรดขุมพลังแบบเต็มสมรรถนะขึ้นอีกครั้ง จากพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร DOHC VVT-i 16 วาล์ว และเสริมเขี้ยวเล็บด้วย ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่จัดการเรียงอัตราทดรอบใหม่ให้ เพื่อรองรับกำลังทั้งหมด 217 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร  สำหรับการสร้างสมรรถนะในระดับ Super Car ด้วยอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ใน 4.2 วินาที ส่วนอัตราความเร็วสูงสุดนั้นถูกจำกัดเอาไว้ที่ 140 ไมล์/ชม. หรือราวๆ 225 กม./ชม.  
Lotus Elise ถือเป็นรถสปอร์ตพิกัดเบาที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ต หรือเพียงแค่ความเร้าใจในสมรรถนะเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลากหลายส่วนที่ปรุงแต่ง มันทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งคงไม่แปลกเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยแล้วจะหลงใหล Lotus  มันถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์ดังระดับ ถ้าจะหาความสปอร์ตที่รูปทรงน่าหลงใหลก็คงจะต้องเป็น Elise ภายใต้สัญลักษณ์ดอกบัว  อัตรการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 60 ไมล์/ชม. ที่ทำได้ใน 4.9 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อคเอาไว้ที่ 155 ไมล์/ชม. คือ ตัวเลขที่สามารถการันตีสมรรถนะระดับรถ Super Car ได้เป็นอย่างดี และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ Lotus Elise ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกได้ในทันทีที่เปิดตัว 

Lotus Elise 111R คือ คือความลงตัวของการออกแบบระหว่างงานดีไซน์ที่งดงามและพละกำลังที่เร้าใจ ซึ่งเมื่อมันออกมาเป็นรถยนต์สปอร์ตคันย่อมแล้ว จนทำให้ Lotus Elise เป็นยนตรกรรมในระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่สามารถขับใช้งานได้ในทุกๆวันพร้อมกับความสนุกในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในเมืองหรือนอกเมือง ความโดดเด่นจากหลังคาเปิดประทุนแบบซีอฟท๊อปหรือหลังคาผ้าใบ กับเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจากแบรนด์ Blaupunkt (บราวพุงต์) ทำให้เป็นรถที่น่าหลงใหล ภายนอกก็สะกดตา เมื่อได้สัมผัสก็เร้าใจ ทันทีที่กดคันเร่งไป มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นรถสปอร์ตในทันทีที่ต้องการ คุณสมบัติที่สื่อสารถึงผู้ขับผ่านพวงมาลัย และระบบช่วงล่างที่ปรับเซ็ทมาให้การขับขี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ และใช้ความเร็วได้ตามต้องการในหลากหลายรูปแบบของโค้งบนถนน และยังให้การทรงตัวที่ดีในช่วงทางตรง     

จากพื้นฐานประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของโมเดลแรก ที่สร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ Lotus Elise ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดคือเวอร์ชั่นปี 2015 ที่มีชื่อว่า Lotus Elise S Cup รถสปอร์ตพิกัดเบาที่ผ่านการขัดเกลาจุดอ่อนต่างๆ เพื่อยกระดับสมรรถนะให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ภายนอกที่มีการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทที่มีการคำนวณตามหลักอากาศพลศาสตร์ใหม่ ซึ่งสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 66 กก. ขณะใช้ความเร็ว 100 ไมล์/ชม. และยังเพิ่มแรงกดตัวรถให้นิ่งด้วยน้ำหนัก 125 กก. เมื่อใช้ความเร็วสูงสุด โดยนอกจากจะเน้นสมรรถนะแล้ว ชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทนี้ยังช่วยเพิ่มบุคคลิกความดุดันให้กับ Lotus Elise S Cup มากขึ้นไม่ว่าขับไปทางไหนก็ดูน่าเกรงขาม  ภายนอกชุดแต่งนี้ใช้โทนสีดำด้านเป็นหลัก ยกเว้นฝาครอบกระจกมองข้างที่เลือกใช้สีเทาด้าน นอกจากนี้ยังติดสติ๊กเกอร์ลายธงชาติอังกฤษไว้เป็นเอกลักษณ์ของรถจากเมืองผู้ดี พร้อมด้วย สติ๊กเกอร์ Elise S Cup ไว้ที่ด้านหลังของตัวรถ และสติ๊กเกอร์ S Cup ไว้ที่แก้มหน้าของตัวรถ เพื่อตอกย้ำความเป็นเวอร์ชั่นพิเศษได้อีกด้วย     

ในทุกๆ อย่างของการอัพเกรด คือ ส่วนสำคัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งล้อที่เปลี่ยนใหม่เป็นอัลลอยด์สีดำก้าน Y ต่างขนาด ด้านหน้า 16 นิ้ว ด้านหลัง 17 นิ้ว ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าปกติ มันทำให้เมื่อขับขี่ไปทางไหนก็ดูสปอร์ตน่าดูไม่ว่าสายตาคู่ไหนได้มองผ่านเหล็กกันโคลงด้านหน้าสามารถปรับระดับแข็งอ่อนได้เพื่อการขับขี่หลายรูปแบบ ในขณะที่ด้านหลังแม้จะเป็นช่วงล่างแบบอิสระแต่ก็เป็นเวอร์ชั่นสำหรับสนามแข่งเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ได้อรรถรสในการขับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรับโหมดการขับขี่  ไดนามิก เพอร์ฟอร์มานซ์ เมเนจเม้นท์ (Dynamic Performance Management) เป็นโหมดที่ทำให้เร้าใจขึ้นทันที่ ทั้งจากสมรรถนะ และเสียงอันทรงพลังจากท่อไอเสียโครเมี่ยมที่ออกจากกึ่งกลางด้านท้ายรถ

แม้จะเป็นรถสปอร์ตพิกัดเล็กน้ำหนักเบา เวอร์ชั่นที่อัพเกรดสมรรถนะเพื่อเน้นความเร้าใจก็ตาม แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มำให้ Lotus Elise สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยการผสมผสานอารมณ์ความสปอร์ตเข้ากับพื้นฐานการตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทา-ดำ เช่น เบาะนั่งเดินด้ายสีขาว พร้อมตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่นที่ปักอยู่บนพนักพิงหลัง แน่นอนว่าต้องมีโลโก้ของโลตัสปักอยู่ที่บริเวณหมอนรองศรีษะด้วย ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้นั้นประกอบด้วย ระบบทำความร้อน, กระจกไฟฟ้า, กุญแจรีโมท พร้อมฝังชิพเข้ารหัส และสัญญาณเตือนภัย ป้องกันการจรกรรม รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อตวามปลอดภัย สำหรับในส่วนของอุปกรณ์เพิ่มเติม ถ้าหากคิดว่ายังไม่เพียงพอ ทาง Lotus ยังมีออพชั่นแบบแพคเกจเตรียมไว้ให้ โดยจะเป็นชุดเพคเกจ Comfort Pack หรือจะเป็นออพชั่นสำหรับเลือกติดตั้งบางอย่างก็สามารถเลือกได้เช่นกัน

คุณสมบัติเด่นที่ว่ามาทำให้สปอร์ตพันธุ์เล็กที่สีสันสดใสอย่าง Lotus Elise โดดเด่นด้วยขนาดตัวและเครื่องยนต์พิกัดเล็กแต่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่เทียบชั้นรถระดับซูเปอร์คาร์คันโต แถมสีสันที่มีให้เลือกหลายเฉดสีทำให้ Lotus Elise คือ สายพันธ์รถสปอร์ตระดับ  World's Greatest Sports Cars อย่างแท้จริง   สิ่งที่ทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ก็คือ ขุมพลังที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ เวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นล่าสุด Lotus Elise S Cup ก็ได้อัพเกรดขุมพลังแบบเต็มสมรรถนะขึ้นอีกครั้ง จากพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร DOHC VVT-i 16 วาล์ว และเสริมเขี้ยวเล็บด้วย ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่จัดการเรียงอัตราทดรอบใหม่ให้ เพื่อรองรับกำลังทั้งหมด 217 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร  สำหรับการสร้างสมรรถนะในระดับ Super Car ด้วยอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ใน 4.2 วินาที ส่วนอัตราความเร็วสูงสุดนั้นถูกจำกัดเอาไว้ที่ 140 ไมล์/ชม. หรือราวๆ 225 กม./ชม.  
Lotus Elise ถือเป็นรถสปอร์ตพิกัดเบาที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ต หรือเพียงแค่ความเร้าใจในสมรรถนะเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลากหลายส่วนที่ปรุงแต่ง มันทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งคงไม่แปลกเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยแล้วจะหลงใหล Lotus  มันถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์ดังระดับ ถ้าจะหาความสปอร์ตที่รูปทรงน่าหลงใหลก็คงจะต้องเป็น Elise ภายใต้สัญลักษณ์ดอกบัว  อัตรการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 60 ไมล์/ชม. ที่ทำได้ใน 4.9 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อคเอาไว้ที่ 155 ไมล์/ชม. คือ ตัวเลขที่สามารถการันตีสมรรถนะระดับรถ Super Car ได้เป็นอย่างดี และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ Lotus Elise ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกได้ในทันทีที่เปิดตัว 

Lotus Elise 111R คือ คือความลงตัวของการออกแบบระหว่างงานดีไซน์ที่งดงามและพละกำลังที่เร้าใจ ซึ่งเมื่อมันออกมาเป็นรถยนต์สปอร์ตคันย่อมแล้ว จนทำให้ Lotus Elise เป็นยนตรกรรมในระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่สามารถขับใช้งานได้ในทุกๆวันพร้อมกับความสนุกในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในเมืองหรือนอกเมือง ความโดดเด่นจากหลังคาเปิดประทุนแบบซีอฟท๊อปหรือหลังคาผ้าใบ กับเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจากแบรนด์ Blaupunkt (บราวพุงต์) ทำให้เป็นรถที่น่าหลงใหล ภายนอกก็สะกดตา เมื่อได้สัมผัสก็เร้าใจ ทันทีที่กดคันเร่งไป มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นรถสปอร์ตในทันทีที่ต้องการ คุณสมบัติที่สื่อสารถึงผู้ขับผ่านพวงมาลัย และระบบช่วงล่างที่ปรับเซ็ทมาให้การขับขี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ และใช้ความเร็วได้ตามต้องการในหลากหลายรูปแบบของโค้งบนถนน และยังให้การทรงตัวที่ดีในช่วงทางตรง     

จากพื้นฐานประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของโมเดลแรก ที่สร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ Lotus Elise ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดคือเวอร์ชั่นปี 2015 ที่มีชื่อว่า Lotus Elise S Cup รถสปอร์ตพิกัดเบาที่ผ่านการขัดเกลาจุดอ่อนต่างๆ เพื่อยกระดับสมรรถนะให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ภายนอกที่มีการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทที่มีการคำนวณตามหลักอากาศพลศาสตร์ใหม่ ซึ่งสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 66 กก. ขณะใช้ความเร็ว 100 ไมล์/ชม. และยังเพิ่มแรงกดตัวรถให้นิ่งด้วยน้ำหนัก 125 กก. เมื่อใช้ความเร็วสูงสุด โดยนอกจากจะเน้นสมรรถนะแล้ว ชุดแอโรไดนามิกส์พาร์ทนี้ยังช่วยเพิ่มบุคคลิกความดุดันให้กับ Lotus Elise S Cup มากขึ้นไม่ว่าขับไปทางไหนก็ดูน่าเกรงขาม  ภายนอกชุดแต่งนี้ใช้โทนสีดำด้านเป็นหลัก ยกเว้นฝาครอบกระจกมองข้างที่เลือกใช้สีเทาด้าน นอกจากนี้ยังติดสติ๊กเกอร์ลายธงชาติอังกฤษไว้เป็นเอกลักษณ์ของรถจากเมืองผู้ดี พร้อมด้วย สติ๊กเกอร์ Elise S Cup ไว้ที่ด้านหลังของตัวรถ และสติ๊กเกอร์ S Cup ไว้ที่แก้มหน้าของตัวรถ เพื่อตอกย้ำความเป็นเวอร์ชั่นพิเศษได้อีกด้วย     

ในทุกๆ อย่างของการอัพเกรด คือ ส่วนสำคัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งล้อที่เปลี่ยนใหม่เป็นอัลลอยด์สีดำก้าน Y ต่างขนาด ด้านหน้า 16 นิ้ว ด้านหลัง 17 นิ้ว ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้มีน้ำหนักเบากว่าปกติ มันทำให้เมื่อขับขี่ไปทางไหนก็ดูสปอร์ตน่าดูไม่ว่าสายตาคู่ไหนได้มองผ่านเหล็กกันโคลงด้านหน้าสามารถปรับระดับแข็งอ่อนได้เพื่อการขับขี่หลายรูปแบบ ในขณะที่ด้านหลังแม้จะเป็นช่วงล่างแบบอิสระแต่ก็เป็นเวอร์ชั่นสำหรับสนามแข่งเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ได้อรรถรสในการขับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรับโหมดการขับขี่  ไดนามิก เพอร์ฟอร์มานซ์ เมเนจเม้นท์ (Dynamic Performance Management) เป็นโหมดที่ทำให้เร้าใจขึ้นทันที่ ทั้งจากสมรรถนะ และเสียงอันทรงพลังจากท่อไอเสียโครเมี่ยมที่ออกจากกึ่งกลางด้านท้ายรถ

แม้จะเป็นรถสปอร์ตพิกัดเล็กน้ำหนักเบา เวอร์ชั่นที่อัพเกรดสมรรถนะเพื่อเน้นความเร้าใจก็ตาม แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มำให้ Lotus Elise สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยการผสมผสานอารมณ์ความสปอร์ตเข้ากับพื้นฐานการตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทา-ดำ เช่น เบาะนั่งเดินด้ายสีขาว พร้อมตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่นที่ปักอยู่บนพนักพิงหลัง แน่นอนว่าต้องมีโลโก้ของโลตัสปักอยู่ที่บริเวณหมอนรองศรีษะด้วย ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้นั้นประกอบด้วย ระบบทำความร้อน, กระจกไฟฟ้า, กุญแจรีโมท พร้อมฝังชิพเข้ารหัส และสัญญาณเตือนภัย ป้องกันการจรกรรม รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อตวามปลอดภัย สำหรับในส่วนของอุปกรณ์เพิ่มเติม ถ้าหากคิดว่ายังไม่เพียงพอ ทาง Lotus ยังมีออพชั่นแบบแพคเกจเตรียมไว้ให้ โดยจะเป็นชุดเพคเกจ Comfort Pack หรือจะเป็นออพชั่นสำหรับเลือกติดตั้งบางอย่างก็สามารถเลือกได้เช่นกัน

คุณสมบัติเด่นที่ว่ามาทำให้สปอร์ตพันธุ์เล็กที่สีสันสดใสอย่าง Lotus Elise โดดเด่นด้วยขนาดตัวและเครื่องยนต์พิกัดเล็กแต่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่เทียบชั้นรถระดับซูเปอร์คาร์คันโต แถมสีสันที่มีให้เลือกหลายเฉดสีทำให้ Lotus Elise คือ สายพันธ์รถสปอร์ตระดับ  World's Greatest Sports Cars อย่างแท้จริง   สิ่งที่ทำให้ Lotus Elise เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ก็คือ ขุมพลังที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ เวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นล่าสุด Lotus Elise S Cup ก็ได้อัพเกรดขุมพลังแบบเต็มสมรรถนะขึ้นอีกครั้ง จากพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร DOHC VVT-i 16 วาล์ว และเสริมเขี้ยวเล็บด้วย ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่จัดการเรียงอัตราทดรอบใหม่ให้ เพื่อรองรับกำลังทั้งหมด 217 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร  สำหรับการสร้างสมรรถนะในระดับ Super Car ด้วยอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ใน 4.2 วินาที ส่วนอัตราความเร็วสูงสุดนั้นถูกจำกัดเอาไว้ที่ 140 ไมล์/ชม. หรือราวๆ 225 กม./ชม.  
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Men
A True Believer
นายแบบหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นวัย 24 ปี ที่วิถีชีวิตและวิธีคิดคุกรุ่นไปด้วยความขบถ ถึงแม้เขาจะเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นหนแรกที่ ลีโอ โคบายาชิ บินตรงมาเพื่อร่วมงานกับลิปส์ และเราหวังว่าบทสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคข้างล่างจะถ่ายทอดตัวตนภายในของหนุ่มคนนี้ได้อย่างชัดเจน
Men
MCM Collaboration with TOBIAS REHBERGER for Men
เพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 40 ของ MCM X Tobias Rehberger Limited Edition คอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Collaboration กับศิลปินร่วมสมัยเชื้อสายเยอรมันจึงเกิดขึ้น โดยใช้ลายปริ้นท์ของ Tobias เป็นจุดเด่น เราหยิบเอาสองคอลเลกชั่นสำหรับชายหนุ่มมานำเสนอสำหรับเหล่าการ์ซงผู้รักความทันสมัย 
Men
COACH Me If You Can!
หนุ่มหล่อขี้เล่นหน้าตายียวน เจ้าของหุ่นสุดล่ำยั่วใจให้ใครหลายๆ คนอยากเข้าไปทําความรู้จักเขามากยิ่งขึ้น ซึ่งเร็วๆ นี้ โค้ช-กฤษดา ศิริคำ กําลังจะมีผลงานภาพยนตร์ให้เราได้รับชมกัน ถือเป็นก้าวแรกที่น่าจับตามองไม่น้อย