My Garcon #19 : Sam Chotibund

สำหรับวัยรุ่นยุค 2000s คงจะพอคุ้นๆ กับหน้าตาของหนุ่มลูกครึ่งไทย-ไอริชคนนี้ ยิ่งเราบอกอีกว่าเขาคือพระเอกหนังสุดคัลท์อย่าง "แมนเกินร้อย แอ้มเกินพิกัด" ที่หายไปจากวงการบันเทิงเพราะเรื่องอื้อฉาวที่กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ใช่แล้ว เขาคือ "แซม โชติบัณฑ์" ที่ปัจจุบันขอหวนคืนวงการอีกครั้ง พร้อมอีกหนึ่งบทบาทอย่างการเป็นหนุ่มนักกีฬาแบบเต็มตัว

ขอย้อนกลับไปช่วงก่อน ตอนนั้นเริ่มเข้าวงการจากการเดินแบบ ถ่ายแบบใช่ไหม 
"ใช่ครับ ตอนนั้น ผมเล่นโฆษณาเป็นส่วนใหญ่เลยครับ ผ่านมานานมาก (หัวเราะ) จากนั้นก็มาเจอพี่เอ-ศุภชัยที่อังกฤษ พี่เขาก็พาไปแคสติ้ง ก็ได้ไปเล่นละคร เล่นหนัง ช่อง 7 และช่อง 3 พร้อมกันเลย ตอนนั้นไม่มีสังกัดช่อง พอได้ลองเล่นละครมันเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยลอง ซึ่งผมก็ทำได้และเต็มที่กับมัน อย่างตอนเล่นหนังเรื่องแมนเกินร้อยแอ้มเกินพิกัด เป็นบทบาทบ้าๆ บอๆ แต่ก็สนุกดี"

เคยฟอร์มวงดนตรีอยู่พักหนึ่งด้วย เรายังจำวง Kid Insane ได้นะ
"ดนตรีเป็นอีกหนึ่ง Passion ของผม ผมเริ่มฟอร์มวงตอนอายุ 16 ปี พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เล่น วงก็เลิก ถูกยุบไป พอผมมาอยู่เมืองไทย ผมเริ่มมีเวลามากขึ้น ได้เจอคนใหม่ๆ ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เลยฟอร์มวง Kid Insane ขึ้นในปีค.ศ. 2005 เคยเซ็นสัญญากับค่ายเพลงอยู่พักหนึ่งด้วย"

ข่าวที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้หายหน้าไปจากวงการบันเทิงเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
"จริงครับ แต่พวกรายละเอียดบางอย่างที่ถูกใส่ลงไปเพื่อขายข่าว มันทำให้เรายิ่งดูแย่ลง แล้วสิ่งที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ คือตำรวจตรวจร่างกายแล้วไม่เจอสารอะไรในร่างกายผม ซึ่งผมยอมรับว่า โอเค ผมก็มีเรื่องแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง หลังจากนั้นก็หลุดออกจากวงการ โดนแบน ช่วงนั้นเป็นจังหวะที่ทุกๆ อย่างในชีวิตเปลี่ยนไปหมดเลย" 

ช่วงที่เบรกจากวงการบันเทิงหายไปทำอะไรมา
"ผมหายไปจากวงการประมาณ 3-4 ปีครับ ช่วงนั้นผมไปทำงานประจำเป็นครีเอทีฟให้กับบริษัท iflix Thailand ทำได้ประมาณ 1 ปีก็ออก แล้วมาทำในสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เป็นตัวตนของเราตั้งแต่เด็กๆ ก็คือการเล่นไตรกีฬา ผมเริ่มเล่นไตรกีฬามาประมาณ 2 ปีแล้วครับ พอออกมาก็เริ่มสร้างทีมโค้ชชิ่งไตรกีฬาชื่อ TRI-NIRVANA ตอนนี้มีลูกศิษย์หลายคนอยู่ครับ"


 
ทำไมถึงมาจริงจังกับเล่นไตรกีฬาจนถึงขั้นจะยึดเป็นอาชีพได้ 
"ผมเป็นคนชอบการแข่งขันมาก แล้วรู้สึกว่าช่วงนั้นเราขาดการแข่งขันไป พอดีผมมีเพื่อนคนหนึ่งเขาเปิดรีสอร์ทที่นครศรีธรรมราช เขาปั่นจักรยานแล้วเริ่มถ่ายรูปขึ้นเฟสบุ๊คว่าไปปั่นที่นั่นที่นี่มานะ ผมก็ชอบเข้าไปดู ชอบแซวกัน เขาชวนผมไปปั่นด้วยกัน แต่ผมบอกเขาว่าไม่เห็นน่าสนใจเลย แค่ถีบๆ ไม่เห็นจะยาก เพื่อนผมเลยบอกว่า แซม มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะ มันมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ เท่านั้นแหละ ผมรู้สึกว่าเขาท้าทายผมแล้วผมต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นให้ได้ เพราะผมเคยเป็นนักกีฬามาก่อน ไม่ว่ากีฬาอะไรเราก็สามารถทำได้ดีในเวลาที่ไม่ต้องฝึกอะไรมาก" 

เริ่มกระบวนการพิสูจน์ตัวเองอย่างไรบ้าง 
"ผมเริ่มจากวิ่งระยะสั้นๆ ก่อน เพราะช่วงนั้นเรายังไม่ได้ฟิตอะไรมาก เริ่มจาก 5 กม. ลองทดสอบตัวเองก่อนว่าไหวไหม ลองตั้งเป้าให้สูงขึ้นไปทีละนิด จากนั้นก็ซื้อจักรยานมาปั่นดู แล้วลองลงแข่งครั้งแรกที่ภูเก็ต ตอนนั้นก็ใช้เวลาซ้อมอยู่ 2 เดือนซึ่งถือว่าไม่นาน เพราะผมมีพื้นฐานเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว แค่มาฝึกเทคนิค และเพิ่มความอึด แต่ต้องฝึกอย่างต่อเนื่องนะครับ ไม่มีพัก ต้องซ้อมทุกวัน ช่วงนี้ผมก็ทำอยู่สองอย่าง คือว่ายน้ำ 4 กม. เสร็จตอนประมาณ 8.30 น. และวิ่งยาวๆ อีกทีตอนเย็น ทำจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ถ้าขาดไปวันหนึ่ง เราจะรู้สึกเสียดายเวลา" 

ผลลัพธ์จากการฝึกฝนอย่างหนักที่เราเห็นได้ชัดคือ... 
"ตอนแรกผมหนัก 87 กก. ตอนนี้หนัก 82 กก. ซึ่งกำลังดี มันเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายตัวเอง เพราะมันจะต้องดูเรื่องอาหารการกิน รวมถึงสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนในแต่ละวันด้วย"  

บางคนอาจมองว่าถ้าคนมีชื่อเสียงมาเล่นกีฬา มันเหมือนเป็นการสร้างภาพ
"คนไม่ค่อยมองผมแบบนั้นนะครับ คนไม่ค่อยคิดว่าผมเป็นดารามาก่อนเพราะผมก็ห่างหายไปนานพอสมควร แต่พวกดารามาเล่นไตรกีฬาอย่างคุณโย-ยศวดี เขาก็เล่นจริงจัง และพัฒนาเร็วมาก แต่บางคนก็มองว่า สร้างภาพล่ะสิ แต่ก็ยอมรับว่าเหตุผลอีกอย่างที่ผมหันมาเล่นไตรกีฬา เพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราเป็นคนยังไง อยากจะให้พ่อแม่ภูมิใจ เพราะตอนเข้าวงการก็ใช้นามสกุลของแม่ แล้วหลังจากข่าวตอนนั้นก็ทำให้ชื่อเสียงเสียหมดเลย ทุกวันนี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่เอานามสกุลแม่กลับมาใช้เวลาลงแข่ง เพื่อที่จะทำให้โชติบัณฑ์กลายเป็นนามสกุลที่ดี"

ถ้าเรื่องไตรกีฬาไปขั้นสูงสุดตามที่ตั้งใจ จะเปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่นอีกไหม
"มีโอกาสครับ ตอนนี้ก็พยายามเอาไตรกีฬาให้เก่งที่สุดก่อน ไม่รู้ว่าจะเหลืออีกกี่ปี จริงๆ แล้วไตรกีฬาก็เล่นได้ยาวนะ เพราะมันมีรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถแข่งได้ยาว แต่ผมพยายามแข่งในระดับสูงๆ ถึงระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกวันนี้คิดว่าสามารถไปแข่ง Iron Man ได้ แต่ว่าจะเน้นระยะสั้นแบบ Half Iron Man ให้ได้อันดับที่ดีที่สุดก่อน ตอนนี้ถ้าเป็นอันดับในไทยผมก็อยู่ใน Top 3 เลยคิดว่าจะเอาที่ 1 ให้ได้ภายในปีนี้ เหลืออีก 3-4 แม็ตช์ครับ ก็พยายามซ้อมหนักๆ ถ้าเกิดว่าได้ที่ 1 อาจเลิกเล่นก็ได้ (หัวเราะ) แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่รู้ อาจจะหาอย่างอื่นเล่น อย่างปีนเขา เคยดูสารคดีที่เล่าจุดเริ่มต้นของกีฬานี้ มีการปีนเขาอยู่ประเภทหนึ่งที่ Amazing มากก็คือ Solo Climb คือการปีนเขาแบบไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีระบบเซฟตี้อะไรเลย พวกนี้สุดยอดมาก ถ้าพลาดตกลงมาก็ตายชัวร์ๆ" 

แสดงว่าชอบความตื่นเต้น ชอบสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
"ผมว่ามันอยู่ที่วิวที่เรามองเห็นจากยอดเขาลงมามากกว่า ความรู้สึกตอนที่ปีนขึ้นไป มันคงไม่สามารถหาที่ไหนได้ น่าจะเป็นความรู้สึกว่าเรายังมีชีวิตอยู่มั้งครับ อย่างตอนนี้ผมเริ่มคิดถึงบรรยากาศที่อังกฤษ คิดถึงวันฝนตกอากาศหนาวเย็น ผมว่าความรู้สึกแบบนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ผมว่าผู้ชายทุกคนน่าจะมีสัญชาตญาณนี้อยู่ในตัว มีความรู้สึกอยากทำอะไรที่มันท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง อยากทดสอบตัวเองให้มากที่สุด อยากเก่งไปอีกขั้น พาตัวเองไปให้สูงอีกสเต็ป พวกนักไตรกีฬาส่วนใหญ่จะคิดแบบนี้"
 
ความรู้สึกเวลาเราทำได้เกินลิมิตจากที่เราเคยทำมันเป็นอย่างไร 
"ถ้าผมหยุด ผมจะรู้สึกว่าผมถอยหลังลงมาแล้ว ทำให้เราไม่อยากหยุด ความรู้สึกนี้ทำให้ผมอยากซ้อมทุกวัน ถ้าขาดซ้อมผมจะรู้สึกว่าผมถอยหลังมาอีกแล้ว รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป มันอาจจะเป็นเรื่องเอ็นโดรฟินในร่างกายที่หลั่งออกมาเวลาเราเล่นกีฬาด้วย เหมือนเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ซึ่งผมอาจจะติดเข้าแล้วน่ะสิ"  

ติดตามแซมได้ที่ IG : @chotibund




เรียบเรียงจากคอลัมน์ My Garcon ในนิตยสาร Lips Garcon 19
เรียบเรียง : fiefiez S.
เรื่องและภาพ : กอง บก. Lips Garcon
แต่งหน้า-ทำผม : จิน จินตสุรสะ


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น ** 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Men
Tied-Up : NAME
Tied-Up เนม-ปราการ ไรวา นักร้องนำวง Getsanova สไตล์ Gentleman ทั้งลุคของวงดนตรีและตัวตนจริง ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลเพลงยอดนิยมแห่งปีจากเวทีแบง อวอร์ด และสยามดาราอวอร์ด จากซิงเกิล 'อยู่ตรงนี้...นานกว่านี้' วันนี้เอาคอลเล็กชั่นเนคไทครึ่งตู้มาอวดว่า New Gentleman สไตล์เนมนั้นเป็นยังไง
Men
Obsession Shirt Up!
หลายๆ คนอาจจะรู้จักกับฮิมในฐานะเจ้าของแบรด์เสื้อผ้าสไตล์วินเทจโอลด์สคูล Him and Her ซึ่งตอนนี้เขากำลังจะหันมาทำกางเกงยีนส์และน้ำอัดลมออร์แกนิกทำจาก Caine Sugar ที่ลงทุนบินไปเรียนรู้ธุรกิจน้ำอัดลมถึงอเมริกา ฮิมเป็นคนแต่งตัวสนุก และมีสไตล์ทุกปาร์ตี้และโซเชียลซีนที่เราเจอ และวันนี้เรารื้อตู้เสื้อผ้าฮิมเพื่อดูเชิ้ตทุกตัวที่เขามีในปัจจุบัน