1 / 2

A Star Is Born

เล่าเรื่องชีวิตวัยเด็กให้ฟังหน่อย
ตอนเด็กๆ ผมค่อนข้างซน คือจะชอบเล่นอะไรแผลงๆ ชีวิตวัยเด็กก็เหมือนกับเด็กทั่วไป เล่นอะไรตามที่เขากำลังฮิตอยู่ในตอนนั้น ไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งนะครับ แต่เรียนรู้อะไรได้ไว พ่อแม่ผมไม่ดุครับ จะคอยสอนผม ให้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ กับผม ตอนเด็กๆ อยากเป็นสถาปนิกครับ ด้วยความที่แก๊ปชอบวาดรูปอยู่แล้ว แต่ความฝันก็เริ่มเปลี่ยนไปพอได้ศึกษามากขึ้นว่าการเรียนสถาปัตย์ไม่ใช่แค่เรื่องของการวาดรูปอย่างเดียว มันมีการคำนวณเข้ามาด้วย พอมาคิดๆ ดูอีกทีก็รู้ว่า ตัวเองเป็นคนชอบบริหาร บุคคล การจัดการ เลยตัดสินใจว่าเรียนด้านนี้น่าจะดีกว่า 

คิดว่าตัวเองมีนิสัยส่วนตัวอย่างไรบ้าง
ผมเป็นคนที่อัธยาศัยดี คุยกับคนได้ง่าย ไม่ค่อยเรื่องมากอะไร เลยมีเพื่อนเยอะครับ แต่คนที่จะสนิทๆ กันก็จะเป็นคนที่กลับบ้านด้วยกันมากกว่า 

เริ่มต้นทำงานในวงการบันเทิงได้อย่างไร
ผมเริ่มต้นงานในวงการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีพี่โมเดลลิ่งพาไปรู้จักกับพี่คิง (สมจริง ศรีสุภาพ ผู้จัด-ผู้กำกับละครชื่อดัง) จากนั้นจึงได้มีโอกาสไปเรียนแอ็กติ้ง ก่อนจะเริ่มเล่นละครเลย เรื่องแรกคือเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับขวัญใจไฮโซ ตัวผมเองไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ในวงการบันเทิงได้ แต่พอได้เข้ามาทำงานตรงนี้ผมก็มองว่ามันเป็นโอกาสที่ทุกคนไม่สามารถมีได้ เราก็ควรจะเก็บโอกาสนี้ไว้ 
...พอได้ลองมาเรียนแอ็กติ้งจริงๆ มันไม่ได้เหมือนอย่างที่ผมเคยคิดไว้เลย ตัวผมเองไม่ใช่คนที่กล้าแสดงออกอยู่แล้ว ซึ่งพอเรียนเสร็จต้องมาทำงานจริง ช่วงแรกๆ ก็สั่นเหมือนกันครับ มาเรื่องที่สอง คุณชายรณพีร์ อันนี้เป็นดารารับเชิญ ก็เป็นบทที่โตกว่าอายุหน่อย จนมาถึงเรื่องที่สาม ก็คือบทยงยุทธในสุดแค้นแสนรัก ซึ่งยากตรงที่ผมไม่สามารถจะบอกคนอื่นได้ว่าผมรู้สึกอย่างไร แต่ทุกคนที่ดูอยู่ต้องรู้ว่าผมคิดยังไง ตอนอ่านบทตอนแรกแก๊ปเองมั่นใจว่าละครเรื่องนี้จะต้องดังแน่นอน แต่ไม่ได้คิดว่ารุ่นของเราจะดังด้วย 

ความเปลี่ยนแปลงหลังจากละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ออกอากาศไป
ถือว่าชีวิตเปลี่ยนไปมาก วันแรกที่ละครออน-แอร์ แก๊ปไม่ได้นั่งดูอยู่เพราะหลับไปแล้ว (หัวเราะ) พอตื่นมาก็ตกใจเพราะในโลกโซเชียลมีคนพูดถึงเยอะมาก ผมก็เริ่มรู้แล้วว่าชีวิตผมคงต้องเปลี่ยนแน่เลย 
ก็เริ่มปรับตัวมากขึ้น ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นแก๊ปเองก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่หลายคน ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวเท่าไรนัก ผมเองขอบคุณในทุกคำติชมนะครับ อย่างน้อยฟีดแบ็กที่ไม่ดีมันก็คือจุดที่ช่วยให้ผมรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหนได้อย่างถูกจุด   

ผลงานในอนาคต
ตอนนี้ที่เพิ่งจบไปคือเรื่องหมอผีไซเบอร์ครับ ที่กำลังถ่ายทำก็มีเรื่อง นางอาย อีกเรื่องคือ วัยแสบสาแหรกขาด น่าจะไม่เกินปลายปีหรือต้นปีหน้าก็จะมีภาพยนตร์ให้ดูกันอีกหนึ่งเรื่องครับ ตัวผมเองถือว่าเร็วมาก เพราะคิดเสมอว่าตัวเองยังไม่ได้มีฝีมือทางการแสดงมากขนาดนั้น ผมเองเป็นคนที่โชคช่วยด้วยที่ได้บทที่มันส่ง ได้เล่นละครที่ดี ซึ่งพอผมได้โอกาสตรงนี้ผมก็อยากจะทำให้ดีที่สุดครับ
เล่าเรื่องชีวิตวัยเด็กให้ฟังหน่อย
ตอนเด็กๆ ผมค่อนข้างซน คือจะชอบเล่นอะไรแผลงๆ ชีวิตวัยเด็กก็เหมือนกับเด็กทั่วไป เล่นอะไรตามที่เขากำลังฮิตอยู่ในตอนนั้น ไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งนะครับ แต่เรียนรู้อะไรได้ไว พ่อแม่ผมไม่ดุครับ จะคอยสอนผม ให้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ กับผม ตอนเด็กๆ อยากเป็นสถาปนิกครับ ด้วยความที่แก๊ปชอบวาดรูปอยู่แล้ว แต่ความฝันก็เริ่มเปลี่ยนไปพอได้ศึกษามากขึ้นว่าการเรียนสถาปัตย์ไม่ใช่แค่เรื่องของการวาดรูปอย่างเดียว มันมีการคำนวณเข้ามาด้วย พอมาคิดๆ ดูอีกทีก็รู้ว่า ตัวเองเป็นคนชอบบริหาร บุคคล การจัดการ เลยตัดสินใจว่าเรียนด้านนี้น่าจะดีกว่า 

คิดว่าตัวเองมีนิสัยส่วนตัวอย่างไรบ้าง
ผมเป็นคนที่อัธยาศัยดี คุยกับคนได้ง่าย ไม่ค่อยเรื่องมากอะไร เลยมีเพื่อนเยอะครับ แต่คนที่จะสนิทๆ กันก็จะเป็นคนที่กลับบ้านด้วยกันมากกว่า 

เริ่มต้นทำงานในวงการบันเทิงได้อย่างไร
ผมเริ่มต้นงานในวงการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีพี่โมเดลลิ่งพาไปรู้จักกับพี่คิง (สมจริง ศรีสุภาพ ผู้จัด-ผู้กำกับละครชื่อดัง) จากนั้นจึงได้มีโอกาสไปเรียนแอ็กติ้ง ก่อนจะเริ่มเล่นละครเลย เรื่องแรกคือเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับขวัญใจไฮโซ ตัวผมเองไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ในวงการบันเทิงได้ แต่พอได้เข้ามาทำงานตรงนี้ผมก็มองว่ามันเป็นโอกาสที่ทุกคนไม่สามารถมีได้ เราก็ควรจะเก็บโอกาสนี้ไว้ 
...พอได้ลองมาเรียนแอ็กติ้งจริงๆ มันไม่ได้เหมือนอย่างที่ผมเคยคิดไว้เลย ตัวผมเองไม่ใช่คนที่กล้าแสดงออกอยู่แล้ว ซึ่งพอเรียนเสร็จต้องมาทำงานจริง ช่วงแรกๆ ก็สั่นเหมือนกันครับ มาเรื่องที่สอง คุณชายรณพีร์ อันนี้เป็นดารารับเชิญ ก็เป็นบทที่โตกว่าอายุหน่อย จนมาถึงเรื่องที่สาม ก็คือบทยงยุทธในสุดแค้นแสนรัก ซึ่งยากตรงที่ผมไม่สามารถจะบอกคนอื่นได้ว่าผมรู้สึกอย่างไร แต่ทุกคนที่ดูอยู่ต้องรู้ว่าผมคิดยังไง ตอนอ่านบทตอนแรกแก๊ปเองมั่นใจว่าละครเรื่องนี้จะต้องดังแน่นอน แต่ไม่ได้คิดว่ารุ่นของเราจะดังด้วย 

ความเปลี่ยนแปลงหลังจากละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ออกอากาศไป
ถือว่าชีวิตเปลี่ยนไปมาก วันแรกที่ละครออน-แอร์ แก๊ปไม่ได้นั่งดูอยู่เพราะหลับไปแล้ว (หัวเราะ) พอตื่นมาก็ตกใจเพราะในโลกโซเชียลมีคนพูดถึงเยอะมาก ผมก็เริ่มรู้แล้วว่าชีวิตผมคงต้องเปลี่ยนแน่เลย 
ก็เริ่มปรับตัวมากขึ้น ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นแก๊ปเองก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่หลายคน ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวเท่าไรนัก ผมเองขอบคุณในทุกคำติชมนะครับ อย่างน้อยฟีดแบ็กที่ไม่ดีมันก็คือจุดที่ช่วยให้ผมรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหนได้อย่างถูกจุด   

ผลงานในอนาคต
ตอนนี้ที่เพิ่งจบไปคือเรื่องหมอผีไซเบอร์ครับ ที่กำลังถ่ายทำก็มีเรื่อง นางอาย อีกเรื่องคือ วัยแสบสาแหรกขาด น่าจะไม่เกินปลายปีหรือต้นปีหน้าก็จะมีภาพยนตร์ให้ดูกันอีกหนึ่งเรื่องครับ ตัวผมเองถือว่าเร็วมาก เพราะคิดเสมอว่าตัวเองยังไม่ได้มีฝีมือทางการแสดงมากขนาดนั้น ผมเองเป็นคนที่โชคช่วยด้วยที่ได้บทที่มันส่ง ได้เล่นละครที่ดี ซึ่งพอผมได้โอกาสตรงนี้ผมก็อยากจะทำให้ดีที่สุดครับ
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Men
Above the Water
สำหรับหนุ่มช่างแต่งตัวอย่างนักแสดงหนุ่มในซีรีส์ชวนจิ้น Waterboyy the Series  ชีวิตของเขาในช่วงซัมเมอร์น่าจะแบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ทแรกคงต้องเก็บไอเท็มสุดฮิตเข้าตู้ไปก่อน เพราะซัมเมอร์นี้เราจะได้เห็นเขาถอดเสื้อโชว์กล้ามบนหน้าจอบ่อยกว่าทุกซีซั่น ส่วนอีกพาร์ทหนึ่งนั้นต้องเตรียมกระเป๋าเดินทางไซส์ใหญ่พิเศษบรรทุกเสื้อผ้าซีซั่นล่าสุดไปใช้ชีวิตในเกาหลี ที่ที่เขาเปรียบเป็นบ้านหลังที่สอง