GEORGIA IN OUR MIND

ท่องเที่ยวดินแดนที่กลายเป็น Dream Destination อันดับหนึ่งของปีค.ศ. 2019 ผ่านมุมมองหลังเลนส์ จาก เตย-สุทธิภา คำแย้ม

GEORGIA in our mind

ท่องเที่ยวดินแดนที่กลายเป็น Dream Destination อันดับหนึ่งของปีค.ศ. 2019 ผ่านมุมมองหลังเลนส์ และเรื่องเล่าสละสวยตามสไตล์นักวาดภาพประกอบหญิงที่เคยฝากฝีแปรงไว้บนผ้าพันคอไหมของ Jim Thompson เตย-สุทธิภา คำแย้ม

TBILISI เสน่ห์ของรอยเวลา

TBILISI เสน่ห์ของรอยเวลา

เมืองแบบไหนหนอที่ความแตกต่างหลากหลายผสมกลมกลืนกันได้เช่นนี้ ทั้งบ้านไม้ลายฉลุสีซีดหวาน ตึกรามอาคารอ่อนช้อยสไตล์อาร์ตนูโว โบสถ์เก่าแก่กับพิธีกรรมออร์ทอดอกซ์ของเมืองคริสต์เคร่งศาสนา มัสยิดสองนิกายโรงอาบน้ำสาธารณะแบบรัฐอิสลาม และศิลปะจากพลังของคนรุ่นใหม่ เสน่ห์ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้เกิดจากการเคลื่อนย้ายของผู้คนพร้อมอิทธิพลจากผู้ปกครองอันหลากหลายตั้งแต่มองโกล เปอร์เซีย รัสเซีย จวบจนยุคโซเวียต ก่อนดำเนินตามวิถีอิสระอย่างปัจจุบัน การเดินเล่นชมเมืองจึงเป็นความเพลิดเพลินแบบไม่สิ้นสุด บ้านโบราณหลายหลังเปิดให้เข้าชมรายละเอียดภายใน เช่นเดียวกับ อาคารรูปแบบอาร์ตนูโวเรียงรายเหลือให้ได้สัมผัสความงามจากกาลอดีต ทั้งพื้นไม้เก่า รั้วราวบันไดโค้งวน และภาพเขียนสีจาง ล้วนช่วยกันบอกเล่าถึงเรื่องราวหลากหลายที่ได้ผ่านมา

ทุกหย่อมย่านของเมืองเก่าแห่งนี้ยังแทรกด้วยร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คาเฟ่เล็กในมุมเงียบ บาร์ลับยามค่ำคืน และโฮสเทลที่เป็นจุดรวมตัวของวัฒนธรรมสมัยใหม่ สำหรับเราTbilisiไม่มีสถานที่ใดน่าประทับใจไปกว่ากัน เมื่อทุกส่วนล้วนประกอบให้เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์แบบยากจะหาจากที่อื่นๆ

MESTIA-USHGULI
MESTIA-USHGULI

MESTIAUSHGULI เมื่อหิมะยังทิ้งเกล็ด

อาจจะเป็นความต่างของช่วงเวลา Mestiaในวันนี้จึงดูเงียบไปถึงเหงา เราอ้อยอิ่งในเมืองตากอากาศร้างผู้คน แวะพักฝากท้องกับร้านอาหารท้องถิ่น เดินขึ้นลงเนินสำรวจหมู่บ้านโบราณเหนือสุดของประเทศ ที่มีเอกลักษณ์เป็นบ้านหินและหอคอยสูง บ้านของนักรบผู้กล้าหาญในตำนานสำรวจทุกซอกมุมจนมืดค่ำท่ามกลางอุณภูมิติดลบ เพื่อพร้อมบอกลา และจากไปยังจุดหมายถัดไป

เราใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมงรถจาก Mestia ถึงUshguliหมู่บ้านห่างไกลใต้เงาเขาShkhara ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งพำนักที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป จุดหมายอันรื่นรมย์ของนักปีนเขาในฤดูร้อน ด้วยชุมชนโบราณอันห่างไกลนี้เข้าถึงได้เพียงหกเดือน ก่อนถูกตัดขาดโดยหิมะและความไม่ปราณีแห่งฤดูหนาว ยามต้นฤดูใบไม้ผลิ เหล่าบ้านหินและหอคอยไม่ได้เรียงรายบนทุ่งดอกไม้หลากสีเคียงคู่เขาสูงตระหง่านอย่างในภาพการท่องเที่ยวที่คุ้นตา หากแต่มีสีน้ำตาลโคลนชื้นแฉะกลางหิมะเหลืองที่กำลังละลายอยู่ทั่วบริเวณ

เราเลียบเลาะคันดินข้ามแอ่งน้ำผ่านหมู่บ้านไปยังจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเขา หวังจะเดินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สภาพอากาศจะอนุญาต แต่เวลานี้เมื่อรอบตัวยังเป็นสีขาว หิมะเริ่มทิ้งเกล็ดลงมาจากฟ้าเทาอ่อน เราจึงได้เพียงมองยอดแหลมนั้นจากระยะไกล มวลเมฆหนาเคลื่อนมากลบทุกสิ่งเหมือนเป็นการตัดบทบอกลาภาพนั้นสวยงามแม้จะไปไม่ถึงความตั้งใจ เราต่างยิ้มยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาตรงหน้านี้

KUTAISI
KUTAISI

KUTAISI บทสนทนาวันฟ้ากระหน่ำ

ทันทีที่ลงจากรถโดยสารเราพบลุงเจ้าของบ้านพักในรถโอเปิ้ลสีเขียวหัวเป็ดรอรุดรับช่วงดูแลการเดินทางภาคท้องถิ่นผ่านการสื่อสารกระท่อนกระแท่น บ้านของลุงอยู่บนเนินเขาอีกฟากแม่น้ำ เป็นบ้านแบบพื้นเมืองที่มีบันไดขึ้นตรงไปยังระเบียงชั้นสอง ตั้งซ่อนตัวอยู่ในรั้วและเถาองุ่น
ลุงต้อนรับเราด้วยไวน์สามัญประจำบ้านก่อนอาสาพาไปชม Gelati Monasteryโบสถ์เก่ากลางหุบเขานอกเมือง หนึ่งในสถาปัตยกรรมยุคทองของจอร์เจีย ด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ มรดกทางเรื่องราวจากยุคไบแซนไทน์

วันรุ่งขึ้นลุงชวนเดินลัดเลาะผ่านเช้าอันเงียบเอื่อยของหมู่บ้านไปยังBagrati Cathedalโบสถ์เก่าจากยุคกลางบนเนินหญ้าเขียวสด จุดชมวิวมุมกว้างของเมือง Kutaisi พลางทอดสายตาซึมซับวิถีเนิบช้าของเมืองแห่งนี้ก่อนที่ละอองฝนจะเตือนว่าได้เวลาเตรียมตัวออกเดินทาง แต่ราวกับฟ้าจะเป็นใจให้พักผ่อน เครื่องบินลำเล็กที่จองไว้เลื่อนเวลาอย่างไม่มีกำหนดด้วยสภาพอากาศ พายุฝนฝากเราสองคนไว้ที่ลุงใจดี กับแมวขี้อ้อน เพื่อนบ้านตามมาสมทบพร้อมอาหารท้องถิ่น บนโต๊ะมีสมุด ปากกา และเครื่องดื่มหลายขนานที่ช่วยกันสานต่อบทสนทนา

KAZBEGI ความเงียบสีขาว

KAZBEGI ความเงียบสีขาว

KazbegiหรือStepantsminda เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศติดกับชายแดนรัสเซีย เลื่องชื่อด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงามของโบสถ์โบราณบนยอดเนินหน้าเทือกเขาเทาสูงตระหง่าน เมืองที่รักของนักเดินเท้าในแสงแดดและผู้แล่นลงสกีกลางลมหนาว ถึงตัวเมืองในช่วงเวลาเปลี่ยนฤดูจะเย็นชาและไม่เป็นมิตร แต่เรากลับพอใจกับบรรยากาศทึมเทาและความสงบนี้ เราตัดสินใจปักหมุดเลือกGergeti Glacierธารน้ำแข็งใหญ่ปลายภูเขา Kazbek เป็นจุดหมายการเดินเท้าของวันต่อไป

เราออกเดินไปในสีครามของยามรุ่งที่อุณหภูมิใกล้จุดเยือกแข็ง ด้วยว่าจะได้ใช้เวลาทั้งวันในธรรมชาติ เราค่อยๆ ไต่สันเขาตามรอยทางและสัญชาตญาณ โดยไม่มีป้ายบอกทางหรือข้อมูลใดนอกจากภาพแผนที่ทางภูมิศาสตร์ที่ถ่ายติดมายามฉุกเฉิน ไม่นานนักพื้นหญ้าแห้งเริ่มเปลี่ยนเป็นหิมะขาวปุย รอยทางจางค่อยเลือนหาย จนพบตัวเองยืนอยู่กลางหิมะสูงเท่าเข่าในหุบเขาชัน รอบด้านคือกำแพงภูเขาที่เราพยายามก้าวขึ้นไปอย่างไม่รู้ระยะทาง กว่าจะฝ่าพ้นหุบนี้ได้ก็ผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง

เบื้องหน้าคือภูเขาKazbekลูกงาม เจ้าบ้านที่ยืนต้อนรับ พร้อมเปิดฟ้ามอบความงามให้เห็นเป็นรางวัล บรรยากาศรอบตัวตอนนี้เป็นสีขาว ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยความเงียบจนได้ยินเสียงก้องในหูเหมือนเวลานี้จะหยุดนิ่ง ด้านซ้ายของปลายเขาคือธารน้ำแข็งสีฟ้าใสจุดหมายของวัน เราพักนั่งมองพลางนึกในใจว่าคงต้องเดินอีกไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยสภาพทางยากลำบากเช่นนี้ สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้เวลาชื่นชมจุดหมายจากที่ไกลพร้อมซึมซับความเงียบนี้ไว้ในความทรงจำ

SIGNAGI เมืองสายรุ้งในละอองฝน

SIGNAGI เมืองสายรุ้งในละอองฝน

เมืองเล็กทรงเสน่ห์สุดขอบฝั่งตะวันออกของประเทศ นอกจากบ้านอิฐแดงที่เรียงลดหลั่นบนถนนพื้นหินคดเคี้ยวแล้ว ยังมีภาพทิวยาวของเทือกเขาคอเคซัสซ้อนรองเป็นฉาก เพิ่มมนตร์ขลังให้ดูราวกับเป็นเมืองในนิทาน ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเขตปลูกองุ่นไวน์ประจำบ้านหลายขนานถูกยกมาต้อนรับทันทีที่เราก้าวผ่านประตูเหมือนเป็นความภูมิใจอันดับต้นๆ ของผู้คนในภูมิภาค

ความพิเศษของบ้านพักหลังเล็กแห่งนี้คืออยู่ติดกับกำแพงหินที่โอบรอบเมือง ชนิดที่มีบันไดพาดไว้ให้ข้ามออกไปได้เลย รู้สึกเหมือนแอบอาศัยอยู่ในโบราณสถานอย่างไรอย่างนั้น
วันทั้งวันเราเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโบสถ์ผอมสูงกับหลังคาสามเหลี่ยมทรงกรวย บ้านครึ่งไม้ครึ่งหินที่มีรายละเอียดไม่ซ้ำกัน รถโบราณสีตุ่น แวะพักชิมอาหาร และไวน์ในร้านท้องถิ่น ก่อนที่ฝนจะเทลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เมื่อฝนหยุดเม็ด เราออกเดินต่อไปบนกำแพงหินยาวสุดทางปลายท้ายเมือง เป็นช่วงที่อากาศแสนสบายในเวลาผ่อนคลายเช่นนี้ เมฆที่หนักและทึมยังอนุโลมให้แสงสุดท้ายลอดผ่านฟ้าลงฉาบตลอดแนวเทือกเขา รุ้งเส้นบางแอบปรากฏตัวแบบไม่เป็นทางการจากที่ไกล เม็ดฝนโปรยสลับหยุดอย่างตามใจตัว เช่นเดียวกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปมาตามอารมณ์ เหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม จนต้องหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพช่วงเวลาต้องมนตร์นี้

Text & Photography : Suthipa Kamyam

SHARED :