To Protect & Rescue

ฝ้าเกิดจากอะไร
ฝ้าเกิดจากการทำงานมากผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ Melanocyte ทำให้บริเวณดังกล่าวมีผิวสีเข้มเป็นปื้น โดยปริมาณเซลล์เมลาโนไซต์ไม่ได้มีจำนวนมากขึ้นอย่างในรายที่เป็นกระ หรือ Freckle สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า ทางการแพทย์เรายังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการอักเสบของผิว ซึ่งกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้น

ฝ้า ความเสี่ยงที่ไม่ได้เกิดกับทุกคน
ฝ้าไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่มักจะเกิดในเพศหญิง ซึ่งพบว่าเกิด ฝ้าได้มากกว่าผู้ชาย 9-10 เท่า โดยเราพบว่า ฝ้าเกิดขึ้นสัมพันธ์ กับระดับฮอร์โมนเพศหญิงที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ ระหว่างการตั้งครรภ์โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนสุดท้าย คุณแม่มักเกิดฝ้า หรือฝ้าที่เป็นอยู่แล้วเข้มขึ้น ที่เราเรียกกันว่า the mask of pregnancy และโดยมากมักจางหายไปหลังคลอดน้อง ฝ้าเกิด ในผู้ที่มีผิวสีเข้ม เช่น เอเชีย ละตินอเมริกา และชาวตะวันออก กลาง มักเริ่มเป็นในช่วงวัยกลางคน ฝ้ามีโอกาสเป็นมากขึ้น ถ้ามีประวัติเป็นฝ้าในครอบครัว เรียกว่า ถ้ามีพ่อ แม่ หรือญาติ พี่น้องเป็นฝ้า เราก็มีโอกาสเป็นฝ้ามากขึ้น 

• หลีกเลี่ยงแสงแดด และความร้อน
จริงๆ แล้ว กระบวนการของร่างกายที่มีการกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสี สร้างเมลานินมากขึ้น คือ การสร้างเกราะขึ้นมาปกป้องผิวจากอันตรายจากแสงแดด เมื่อร่างกายได้รับแสงแดดจะกระตุ้นให้ เซลล์สร้างเม็ดสีหรือ melanocyte สร้างเม็ดสีออกมามากขึ้น แต่ ในบริเวณที่เป็นฝ้า เซลล์จะสร้างเม็ดสีมากเกินไปจนสามารถมองเห็นว่าสีผิวไม่สม่ำเสมอ การปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการทาครีมกันแดดเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการหลบเลี่ยงการโดนแสงแดด และใช้เครื่องนุ่งห่มช่วยปกปิดผิวไม่ให้กระทบแสงแดดโดยตรง เช่น ร่ม เสื้อผ้า หรือหมวกปีก กว้าง เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะในช่วง 10.00-14.00 น. เพราะแสงแดดในเวลานี้จะมีความเข้มของ UVA/UVB มากเป็นพิเศษ ทำให้ผิวไหม้เสียได้เร็ว

• ระวังฮอร์โมนเพศ ทำให้ฝ้าแย่ลง
อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่า ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ฝ้าแย่ลงได้ เช่น ยาคุมกำเนิด และการให้ฮอร์โมนทดแทน ดังนั้น ในคนที่เป็นฝ้าแนะนำว่า หากต้องการคุมกำเนิดสามารถจะปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นแทน เช่น การ ใส่ห่วงอนามัย และในเคสที่ฝ้ารักษาได้ยาก อาจต้อง screen โรคที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิงสูงผิดปกติ เช่น ภาวะซีสต์ใน รังไข่ เป็นต้น

• บำรุงหน้าเยอะ แต่งหน้ามาก ระวังเป็นฝ้าไม่รู้ตัว
เครื่องสำอางที่สาวๆ ชอบใช้ โดยเฉพาะที่มีส่วนประกอบที่ก่อให้ เกิดอาการระคายเคือง หรืออาการแพ้ เช่น สารปรุงแต่ง น้ำหอม สารที่ทำให้เกิดสี และสารกันเสีย หรือ กระทั่ง active ingredients บางอย่าง ก็ก่อให้เกิดการอักเสบและทำให้ฝ้าแย่ลงได้ หลายรายที่รักษาฝ้าเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น เพียงแค่ให้คนไข้หยุดทาครีมหลากหลายขั้นตอน ก็ทำให้ผิวดีขึ้นโดยไม่ต้องให้ยาใดๆ
  
เป็นฝ้า ทาครีมอะไรดี
การดูแลผิวเพื่อให้ฝ้าดีขึ้น นอกจากการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างที่กล่าวมาข้างต้นเชื่อว่าจะทำให้ฝ้าดีขึ้นมากๆ แล้ว คุณ สามารถทาครีม over the counter จะช่วยรักษาฝ้าได้อย่างปลอดภัยด้วยตัวเองได้อีกด้วย

• ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เป็นฝ้าหมองคล้ำ
โดยการใช้ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวเดิมที่เป็นฝ้า และกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ AHA ในครีมต่างๆ ควรมีความเข็มข้น ไม่เกิน 5-10% เพื่อช่วยแค่ลอกผิวชั้นขี้ไคล และยังมีผลเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย การใช้ AHA ที่มีความ เข้มข้นสูงจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ง่ายขึ้น เช่น ผิวไวต่อแสง เกิดการไหม้เบิร์น เกิดรอยดำ และแม้แต่แผลเป็นตามมาได้

• ลดการสร้างเม็ดสีที่เกิดขึ้นใหม่
โดยการใช้ครีมที่มีสาร active ingredients ที่ช่วยจำกัดการสร้างเม็ดสีดังที่หมอเคย เล่าให้ฟังเรื่อง whitening daily used โดยสรุปส่วนประกอบในครีมที่ช่วยลดการ สร้างเม็ดสีและทำให้ฝ้าจางลงได้อย่าง ปลอดภัย เช่น Ascorbic acid หรือ vitamin C ซึ่งจะช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ในการ เปลี่ยนโปรตีน L-Tyrosineไปเป็น เม็ดสีเมลานิน จึงสามารถช่วยเรื่อง skin lightening ได้ดี และควรเริ่มใช้วิตามินซีจากความเข้มข้นต่ำเสียก่อน เมื่อผิวเคยชินแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นจึงเห็นผลได้ดี ส่วน Arbutin เป็นอนุพันธ์ของไฮโดรควิโนนที่เรียกว่า hydroquinone glycoside เป็นที่ทราบกันดี ทางการแพทย์ ว่าเป็นยาที่ใช้สำหรับการรักษา ฝ้า แต่มีผลข้างเคียงสูงมาก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมาก ห้ามใช้ในระยะยาว และต้อง ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น licorice สารสกัดจากชะเอมเทศ หรือ Licorice root extract มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้การสร้างเม็ดสีลดลง นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบและอาการระคายเคืองผิว โดยเฉพาะจากแสง UVB อีกด้วย สามารถใช้ในการช่วยให้สีผิวขาวขึ้น ลดจุดด่างดำ และฝ้า ได้ดี
Kojic acid ช่วยยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี Tyrosinase ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ แต่จากการ ศึกษาในปี 2010 พบว่าสามารถใช้สารนี้ได้ อย่างปลอดภัยถ้ามีความเข้มข้นต่ำกว่า 1% อย่างไรก็ตามมีการศึกษาประสิทธิภาพ ในการ รักษาฝ้าของ Kojic acid เทียบกับ Hydroquinone (HQ) พบว่า HQ 4% ให้ผลการรักษาดีกว่า kojic acid (0.75%) ถึง 5 เท่า ดังนั้นถ้าเทียบกัน Arbutin ดูจะมีภาษีเหนือกว่า เนื่องจากมี ประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าได้เทียบเท่ากับ ไฮโดรควิโนน แต่อย่างไรก็ตาม “ลางเนื้อ ชอบลางยา” ครับ ผมพบว่าคนไข้ที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย Kojic acid ได้ดีกว่า Arbutin ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

ถ้าจะให้ดีควรปรึกษาแพทย์ ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะกับตัวเรามากที่สุด การรักษาฝ้าเป็นอีกโรคทางผิวหนังที่รักษาได้ยาก ต้องใจเย็นและให้เวลา รวมทั้งต้องดูแลผิวหลังการรักษาเป็นอย่างดี และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ หลายครั้งที่เรา รักษาฝ้าแบบใจร้อน และหลงไปกับโฆษณา ชวนเชื่อ นอกจากฝ้าไม่หายแล้วอาจจะแย่ลง ดังนั้นการรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรเริ่มจากความเข้าใจตัวโรคและความร่วมมือของคนไข้เองเป็นข้อสำคัญ

นายแพทย์วรพจน์  ศิรามังคลานนท์
Medical Director และผู้ก่อตั้งเฮอร์ทิจูดคลินิก


LIPS AND NIPS TATTOO GEL
ช่วงระยะหลังมานี้ ต้องยอมรับว่าเทรนด์สักคิ้ว สักปาก มาแรงมากๆ แต่ถ้าจะให้ไปสักจริงๆ หลายคนก็คงคิดหนักว่าจะออกมาสวยถูกใจไหม หรือจะทนความเจ็บไหวหรือเปล่า ทาง Mille จึงไม่รอช้า ออกผลิตภัณฑ์ Lips and Nips tattoo gel waterproof มาช่วยให้สาวๆ สวยได้ง่ายๆ ในพริบตา เพียงทาเจลนี้ลงบนปากทิ้งไว้ 15 นาที แล้วลอกออก ก็จะได้สีปากที่สวยชัด กันน้ำ ติดทนถึง 1 สัปดาห์ และยังสามารถใช้ในการเปลี่ยนสีหัวนมได้อีกด้วย

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะเป็นเครื่องสำอาง แต่ทางผู้ผลิตก็มีความใส่ใจ ใส่ส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูริมฝีปากไว้หลากหลายชนิด อาทิ Allantoin และ Panthenol สารต้านการอักเสบ ลดการระคายเคือง และช่วยในการซ่อมแซมของเซลล์ Sodium hyaluronate สารให้ความชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยให้ริมฝีปากฟูอวบอิ่มขึ้น และ Argan oil อันอุดมไปด้วย วิตามินอี และ squalane นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนผสมที่ได้จากดอกไม้ อีกหลายชนิด เช่น ดอกคำฝอย ดอกสายน้ำผึ้ง ดอกเก๊กฮวย และดอกกุหลาบ ซึ่งสารเหล่านี้อุดมไปด้วย flavonoids อันมีฤทธิ์ลดการ อักเสบและต้านอนุมูลอิสระ 

มาดูที่ส่วนตัวทำละลาย นอกเหนือจากน้ำ แอลกอฮอล์ และสารกลุ่มไกลคอล ซึ่งมักถูกใช้เป็นส่วนผสมของสกินแคร์แล้ว สิ่งที่ ทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันน้ำและติดทนก็คือ Polyvinyl alcohol หรือโพลีเมอร์ซึ่งย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ สารตัวนี้มีคุณสมบัติในการก่อฟิล์ม และยึดติดคล้ายกาว จึงช่วยให้สีติดแน่นกับปาก ไม่หลุดง่ายเหมือนลิปสติกทั่วไป ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าสีที่ ได้จากผลิตภัณฑ์นั้นค่อนข้างชัด ติดทนอยู่ประมาณ 2-3 วัน แล้วจึงค่อยๆ จางลง สามารถใช้เดี่ยวๆ ได้ หรือถ้าจะทาลิปสติก ลิป กลอสอื่นๆ ทับ ก็ได้เช่นกัน และที่สำคัญคือแม้จะเป็นการลอกออกเป็นแผ่นฟิล์ม ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ริมฝีปากแห้งตึงมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารกันเสียกลุ่มพาราเบน ผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย หรือริมฝีปากแห้งมากๆ อาจต้องระวังสักหน่อย แนะนำให้ทดสอบการแพ้ก่อนการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ ทุกครั้งค่ะ

แพทย์หญิงวรมน พงศ์สถาพร
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง Hertitude clinic




SAMPLE LUXES
มาว่ากันถึงเครื่องสำอาง ไบโอนิค แบรนด์ดังจาก สวิส แบรนด์ Luxes ที่ผ่านการค้นคว้าและวิจัยจากทีม แพทย์ผิวหนัง สกัดเอาสเต็มเซลล์จากต้นอาร์แกน (Algae) ได้เป็นอนุภาคที่เล็กมากๆ ในรูปแบบของ ไลโปโซม ที่สามารถซึมลึกลงสู่ผิว ชั้นในระดับที่ลึกที่สุด เดอมิส (Dermis) ซึ่งส่วนผสมนี้จะเข้าไปช่วยซ่อมแซม และสร้างเซลล์ผิวใหม่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและ อิลาสติน จุดเด่นของแบรนด์คือ เนื้อเซรั่มที่มีอนุภาคเล็ก ซึมง่ายโดยไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม และยังมีส่วนผสมสเต็มเซลล์สดจากพรรณพืชหายากเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งน้อยแบรนด์จะเลือกใช้เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตสูง จึงไม่แปลกที่เมื่อผมได้ลองใช้ Luxes ก็ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรก สัมผัสได้ว่าผิวใหม่ผิวที่ดีขึ้นเป็นยังไง
 

LUXES HYALURON INTENSE
เซรั่มบริสุทธิ์อนุภาคเล็กที่สุด ขนาด ไลโปโซมที่สามารถส่งผ่านสารบำรุงผิว ลงไปได้ถึงชั้นผิวหนังชั้นในระดับเดอมิส ตัวเซรั่มอุดมไปด้วยสเต็มเซลล์จากต้นอาร์แกน (Algae) และไฮยาลูโรนิกที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว ให้ความชุ่มชื่นได้ดี เสริมน้ำหล่อเลี้ยงผิวลึกลงถึงผิวชั้นใน 
ตัวนี้ผมลองใช้ดูตามคำแนะนำของแบรนด์ คือ ใช้เป็นตัวท้ายก่อนขั้นตอนบำรุงอื่นๆ เพราะความที่อนุภาคของเซรั่ม ตัวนี้มีขนาดเล็ก จึงเป็นสารนำพาเอา การบำรุงของเซรั่มและครีมบำรุงที่เราลงไปก่อนหน้า ผลักลงผิวไปพร้อมๆ กัน เรียกว่าช่วยปิดท้ายการบำรุงผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

SECOND DETOX WATER SERUM
เซรั่มน้ำสูตรพิเศษที่ซึมสู่ผิวในทันที เพียง 2 วินาที เด่นในเรื่องช่วยดีท็อกซ์ของเสียออกจากผิว ทำความสะอาดรูขุมขนล้ำลึก ชำระล้างผิวให้สะอาด เป็นสเปรย์เซรั่มที่ใช้ กึ่งๆ อินเทนซีฟทรีตเม้นต์สามวันต่อเนื่องกัน โดยให้ใช้เพียงตัวเดียว ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงอื่นๆ และงดแต่งหน้า ง่ายๆ คือคล้าย การดีท็อกซ์ลำไส้ ที่ให้เราล้างพิษในร่างกายให้สะอาด โดยหยุดรับประทานทุกอย่าง เซรั่มตัวนี้สกัดจากธรรมชาติที่ผมประทับใจมาก เพราะผมเองเป็นคนที่ผิวอุดตันง่าย บางทีลูบผิวหน้าก็จะสะดุดไม่เรียบเนียน แต่หลังจากได้ใช้ 2 Second Detox ตัวนี้แบบครบโปรแกรม พวกสิ่งอุดตันมันลอยขึ้นมาบนชั้นผิว และหลุดออกไปอย่างง่ายดาย และเมื่อครบสามวันสังเกตได้ว่าผิวสะอาด เนียนแข็งแรงขึ้น 

@Xtrastrong_Beauty
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
THE ARTFUL COMBINATION
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในข้าวบาสมาติหุงร้อนๆ สไตล์อินเดีย เข้าคู่กับรสชาติแบบตะวันตกของเนื้อแกะที่ราดด้วยซอสที่มีส่วนผสมของไวน์แดง Jacob's Creek Reserve Cabernet Sauvignon Coonawarra กลายเป็นอีกจานที่เราชอบทั้งรสชาติ และการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์
Lifestyle
Inside THE SECRET GARDEN
Dior Haute Couture S/S 2017 Collection เขาวงกต...ที่มีความลึกลับน่าค้นหา ดั่งก้าวเข้าไปสู่สวนแห่งปริศนา สถานที่ที่ใครก็ยากจะผ่านเข้าไปได้ ทั้งหมดนี้คือ แรงบันดาลใจหลักของ Dior Haute Couture S/S 2017 Collection คอลเล็กชั่น เสื้อผ้าชั้นสูง ครั้งแรกของ Maria Grazia Chiuri อาร์ตทิสต์ไดเร็กเตอร์หญิงจากห้องเสื้อ Dior มาเผยความลับ ที่มาที่ไป และแรงบันดาลใจของเสื้อผ้าโอต์กูตูร์ในคอลเล็กชั่นนี้