Summer Rescue

I’M NOT FAT, I’M BIG BONE 

ก่อนจะพูดถึงเทคโนโลยีกระชับสัดส่วนควรสำรวจตัวเองก่อนว่า มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือ ‘อ้วน’ หรือเปล่า คนส่วนใหญ่มักใช้วิธี ง่ายๆ ในการประเมิน คือ การใช้ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index BMI = น้ำหนัก (kg) / ส่วนสูง 2 (cm)) ซึ่งคนรูปร่างปกติจะอยู่ที่ 18.5-23 ถ้ามากกว่านั้นถือว่าน้ำหนักเกิน แต่วิธีดังกล่าวไม่สามารถ ใช้ได้กับผู้ที่ออกกำลังกายและกลุ่มนักกีฬา เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมาก จะได้ค่าที่คาดเคลื่อนมาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้อ้วน หมอแนะนำให้ใช้การดู Body Composition Index กันดีกว่าครับ ซึ่งส่วนมากมักนิยมวัดจาก % ไขมันในร่างกายและมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งการแปลผลขึ้นอยู่กับเพศและอายุด้วย เช่น ผู้หญิงอายุ 20-39 ควรมี % Body Fat อยู่ในช่วง 21-33 ในขณะที่ผู้ชายควรมีค่าระหว่าง 8-19 ทั้งนี้เพราะผู้หญิงมีลักษณะทางเพศที่สะสมไขมันมากกว่า เป็นต้น

หมอพูดเสมอว่า ความอ้วนเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีใครลดความอ้วนแทนกันได้ แต่อยู่ที่การออกกำลังกายและควบคุมปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวัน และอัตราการเผาผลาญพลังงานในแต่ละบุคคลอีกด้วย ในอดีตมียาที่ใช้ลดน้ำหนัก คือ sibutamine ซึ่งช่วยลดความอยากอาหารทำให้น้ำหนักลดลง แต่ปัจจุบันยาดังกล่าวถูกถอดทะเบียนยาไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพถึงชีวิตได้ ดังนั้นถ้าใครน้ำหนักเกินต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนครับ แน่นอนว่ากำลังใจและความอดทนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
แต่ถ้าใครมั่นใจว่า ‘ไม่อ้วน’ แต่ยังมีไขมันส่วนเกินสามารถแก้ไขได้ไม่ยากด้วย 4 นวัตกรรม ต่อไปนี้

สลายไขมันด้วยคลื่นวิทยุ     
ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับว่า นอกจากสลายไขมัน แล้วยังช่วยยกกระชับผิวให้ตึงเนียนขึ้น โดยการยิงคลื่นวิทยุสามารถใช้ได้ทั้งที่เป็น Monopolar, Bipolar หรือ Multipolar RF ก็ได้ โดยคลื่นวิทยุจะส่งผ่านความร้อนเข้าไปใต้ผิวและทำให้ ไขมันละลายออกมา ไม่เจ็บขณะทำ อาจรู้สึกร้อน ได้บ้าง เทคโนโลยี RF ส่วนมากสามารถปรับความ ลึกในการสลายไขมันได้ตามความต้องการ ซึ่งแตกต่างไปในแต่ละคน และยังช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้นอีกด้วย หลังทำไม่มีอาการบวมช้ำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ใช้เวลาหลายครั้งกว่าจะเห็นผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ต้องการสลาย โดยมากมักทำ 4-10 ครั้ง

สลายไขมันด้วยความเย็น หรือ Cryolipo-lysis     
เป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเชื่อว่า จะเป็นการทำลายเซลล์ไขมันอย่างถาวรทำให้ไม่กลับมาอ้วนในจุดเดิมอีก เรื่องของความเย็นกับความอ้วน มีที่มาจากการ ที่นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดบังเอิญไปสังเกตเห็นว่า เด็กที่ชอบกินไอศกรีมหวานเย็นเป็นเวลานานๆ เข้า แก้มเกิดบุ๋มไปข้าง หนึ่ง จึงเป็นที่มาว่าถ้าเราลดอุณหภูมิของเซลล์ ไขมันลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเป็นเวลานานเพียงพอ จะทำให้เซลล์ไขมันเกิดการฝ่อตัวตายไปเอง วิธีนี้ ช่วยให้สามารถสลายไขมันเฉพาะจุดได้อย่างถาวร ไม่ต้องกลัวกลับมาสะสมอีก ซึ่งก็อีกนั่นล่ะ อ้วนไม่อ้วนอยู่ที่การกินและการออกกำลัง    

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound
การยิงคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงเข้าไปใต้ผิว โดยพลังงานอัลตร้าซาวด์ดังกล่าวจะลงไป โฟกัสที่ระดับความลึก 6, 9 หรือ 13 มิลลิเมตร โดยที่ผิวไม่ได้รับบาดเจ็บ พลังงานโฟกัสอัลตร้า-ซาวด์ดังกล่าวสามารถทำลายเซลล์ไขมันอย่างถาวรทำให้รูปร่างดีขึ้น แต่วิธีนี้สงวนเฉพาะคนที่มีไขมันหนาเกิน 2 นิ้วนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น ultrasound อาจลงลึกเกินไปได้ ด้วย HIFU นี้ เขาการันตรีว่า รักษาครั้งเดียว ลดไซส์กางเกงได้ 1 size เลย (ลดประมาณ 1 นิ้ว) โดยอาศัยเวลาประมาณ 3 เดือนให้ร่างกายค่อยๆ กำจัดเซลล์ ไขมันที่ตายแล้วออกไปเอง ใช้เวลาทำเพียง ครั้งละ 1 ชั่วโมง และรอการเห็นผลที่ 3 เดือน

SHOCK WAVE THERAPY 

เทคโนโลยีสุดท้ายนี้ไม่ได้ช่วยสลายไขมันแบบ 3 วิธีแรก แต่ช่วยสลายเซลลูไลต์โดยอาศัยคลื่นเสียง amplitude สูง ซึ่งถ้าอธิบายง่ายๆ ให้คิดถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sonic boom คลื่นเสียงนี้ตรงเข้าไปจัดการกับเนื้อเยื่อ คอลลาเจนที่เป็น septum กั้นระหว่างเนื่อเยื่อไขมันทำให้เกิดการเรียงตัวใหม่และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นทำให้ เซลลูไลต์หรือผิวเปลือกส้มเรียบขึ้น จำนวนครั้งที่รักษาขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาเซลลูไลต์ที่มี  อ่านมาถึงตรงนี้แล้วลองเลือกกันดูนะครับว่า อยากรักษาด้วยวิธีใด แต่ถ้าไม่แน่ใจไปให้คุณหมอตรวจและประเมินวิธีรักษาให้ดีกว่าครับ
• นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์
Medical Director และผู้ก่อตั้งเฮอร์ทิจูดคลินิก
 
Illustrator PAZ PORA
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Summer In New York
นิวยอร์กครั้งนี้...ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เอาเข้าจริงทุกครั้งที่มาเยือนเมืองนี้ แพรยุ่งมาก ไม่เคยได้เดินเที่ยวตามที่ต่างๆ เลย อย่างไปถ่ายแฟชั่นกับ Lips ถือเป็นการไปนิวยอร์กครั้งแรก แต่ทริปนั้นต้องทำงานตลอดเวลา ทั้งแต่งหน้าเอง แถมยังต้องทำเมคอัพรีพอร์ตเองด้วย พอถ่ายเสร็จแพรก็ขึ้นเครื่องบินกลับเลย ขนาด Central Park อยู่แค่หัวมุมยังไม่มีโอกาสได้เห็นเลย  ครั้งนี้มีเวลามากขึ้น แถมอากาศยังดีมาก แพรเลยมีโอกาสทำความรู้จักกับนิวยอร์กให้มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ประทับใจที่แพรไม่มีวันลืม
Lifestyle
Fruite Yogurt Panna Cotta
แพนนาคอตต้า เพิ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นของหวานสัญชาติอิตาลีเมื่อปี 1960 ทว่าก่อนหน้านั้นมีเรื่องเล่าว่าเป็นของหวานที่คิดค้นโดยสตรีชาวฮังกาเรียนในช่วงต้นปี 1900 โดยมีชื่อเรียกในยุคนั้นว่า latte inglese (English milk) ส่วนชื่อแพนนาคอตต้านั้นแปลตรงๆ ว่า \'ครีมต้ม\' สมัยแรกๆ นั้นไม่มีซอสใดๆ ราดหน้ามาแบบที่ยุคนี้นิยม อย่างมากก็แต่งผลไม้บ้างเท่านั้น