Sail Away

ค็อกเทลหรือดินเนอร์บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาแกล้มวิถีชีวิตแบบกรุงเทพที่เห็นร่องรอยอดีตจนมองเห็นไปถึงอนาคตมีมาแล้วยาวนาน แต่ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมเกิดขึ้นบนครูสลำใหม่จากทีมนักทำร้านอาหาร ซึ่งเข้าใจดีทั้งรากเหง้าการกินอยู่แบบไทยและวิธีเอนเตอร์เทนนิ่งสไตล์สากล 

จากละอองเย็นเคลือบแก้วแชมเปญที่มองทอดสายตาจากผืนน้ำออกไปไกลจรดเส้นขอบฟ้าในตอนดวงอาทิตย์ใกล้ตก ภาพที่เห็นอาจไม่ใหม่ แต่เราจับได้ถึงความรู้สึกใหม่ที่ต่างไปจากเดิมแค่ไม่กี่นาทีที่เรือค่อยๆ เคลื่อนออกจากท่าริเวอร์ซิตี้

แวบหนึ่งมันชวนให้นึกถึงเรือครุยส์ล่องแม่น้ำแซนทั้งที่เรือ Supanniga Cruise กำลังล่องเรื่อยผ่านตึกโคโลเนียลย่านตลาดน้อย …ค็อกเทลคลาสสิกอย่างเนโกรนีกลายเป็น Bangkok Negroni ที่เสียบใบมะกรูดบนของเหลวสีส้มและน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยมดูเท่สมกับที่ดีไซน์โดยบาร์ Vesper แล้วยังมีกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่บนดาดฟ้าเรือที่อัพโหลดรูป และแชร์ your story บนอินสตาแกรมกันแบบนาทีต่อนาที …ทั้งหมดคือความเป็นไทย และอาจระบุต่อท้ายว่าเป็นไทยยุคนี้ทั้งนั้น



“การลงเรือเป็นความชอบวัยเด็ก พวกเราชอบน้ำ ชอบบ้านริมน้ำ มันเหมือนเธอราปี ตอนล่องเรือมองออกไปมันอาจไม่มีอะไรว้าวหรอกครับ แต่มัน get along กับเรา เรารักในความเย็น ความนิ่ง และความรู้สึกที่เกิดขึ้นบนเรือ เราเห็นความสวยงามอยู่ในนั้น โดยเฉพาะเวลาใกล้ดวงอาทิตย์ตก เรือครูสส่วนใหญ่บริการตอนค่ำ ซึ่งเราก็มีรอบดินเนอร์ และคิดกันตั้งแต่แรกว่าต้องมีอีกรอบเสิร์ฟค็อกเทลเพราะช่วงดวงอาทิตย์ตกบนเจ้าพระยาเป็นเวลาที่สวยสุด” ธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์ เล่าถึงรอบที่พวกเรากำลังอยู่ด้วยกัน ในมือของเขามี Supanniga G&T หรือจินโทนิคลอยดอกมะลิสีขาวนวล

“แต่ผมนี่ตรงข้ามเลยนะ” ธัชชัย นาคพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนตั้งแต่เป็น Supanniga Eating Room เมื่อสองปีก่อน (รวมทั้งร้านอาหารรสไทยแท้ Eat และ Somtum Der) จนเป็นเรือครูสลำใหม่ บนแม่น้ำเจ้าพระยาออกตัวพร้อมเสียงหัวเราะ 

“ผมไม่ชอบความช้า แต่พอมาทำแล้วรู้เลยว่ามันช่วยเปลี่ยนอารมณ์ ดื่มไปก็ใช้เวลาไปเรื่อยกับเพื่อนบนโต๊ะ กับวิวสองฝั่งแม่น้ำ เราได้เห็นความสวยงามที่ไม่คาดคิดมาก่อน ได้เอนจอยกับอีกโมเม้นต์หนึ่งใจกลางกรุงเทพ”



ความตั้งใจที่จะให้เรือท้องแบนสองชั้นลำนี้แตกต่างจากบรรดาเรือครูสที่มีอยู่แล้วเต็มแม่น้ำเจ้าพระยาได้ผลชัด อย่างน้อยเราก็เห็นคนโดยสารบนเรือข้ามฟากแทบทั้งลำหันมองมาบนเรือที่เรากำลังนั่งอยู่ด้วยสายตากึ่งสงสัย พร้อมกับรอยยิ้มและมือถือที่ยกขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ แน่นอนว่ามันสวยด้วยการตกแต่งด้วยโทนสีสบายตา เบาะหมอนน่านั่ง ไม้เก่าหรือจานชามแบบไทยถูกเอามาใช้ในรูปแบบที่ไม่ไทยจนเลี่ยน

แต่ที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกสบายตัวสบายใจ เครื่องดื่มและค็อกเทลแกล้มกุ้งทอดตัวโตและถั่ว ชวนให้ดื่มเพลินไปเรื่อยๆ สลับบทสนทนาและวิวสองฝั่ง พนักงานดูแลแบบไม่บกพร่องและขณะเดียวกันไม่ทำให้อึดอัดหรือขัดตอน ทุกอย่างไหลลื่น ไม่ต่างจากสายน้ำที่เราล่องอยู่ …มันง่าย สบาย แล้วก็ลักชัวรี่ การทำให้ได้ความพอดิบพอดีแบบนี้แหละที่หายาก



เราได้ยินเสียงหัวเราะจากกลุ่มบนดาดฟ้าดังขึ้น ถี่ขึ้น เป็นสิ่งชี้ชัดระดับความสุขบนเรือเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา

“ปกติถ้าไม่นั่งเรือครูสแบบนี้หลายคนก็คงไม่ได้อยู่ใกล้น้ำขนาดนี้มาก่อน เราได้มีเวลาละเลียดกับสิ่งรอบๆ ตัว อีกอย่างเรามองเห็นประวัติศาสตร์ ชุมชน เห็นเลเยอร์ของความเป็นไทยที่ทับซ้อนอยู่ระหว่างอดีตกับวันนี้ ทุกอย่างมันอยู่รอบเรา” เสียงจาก ทวีป ฤทธินภากร หนึ่งในทีมที่ปรึกษา

“บนเรือทำให้เราได้เบรค ได้อยู่กับเพื่อนและบทสนทนาบนโต๊ะ จะก้มอยู่แต่หน้าจอมือถือตลอดเวลาอาจเมาเรือได้ เราดีใจที่เห็นทุกคนลงเรือแล้วแฮปปี้ มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งพูดว่าเรือลำนี้เป็น gem ฟังแล้วยิ่งดีใจครับ” ธนฤกษ์เสริม

ไม่มีอะไรจะเพิ่มเติม …หนึ่งชั่วโมงเหมาะเจาะพอดีกับการได้ดื่มเบาๆ ก่อนทานอาหารค่ำ แต่ในบรรยากาศที่ดีอย่างนี้ เราแค่อยากจะยืดเวลาความสุขและฝันต่อบนแม่น้ำเจ้าพระยาให้นานขึ้นอีกนิด...ก็เท่านั้นเอง





เรียบเรียงจากคอลัมน์ Entertaining ในนิตยสาร LIPS เดือนมกราคม 2560


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :