SMOOTH AWAY SMILE LINES

ริ้วรอยร่องแก้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าเรานั้น นอกจากการยิ้มและหัวเราะซ้ำๆ กันมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว ร่องแก้มยังเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนในผิว เสื่อมสภาพและสึกหรอไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น ความหนาแน่นของเนื้อเยื่อผิวลดน้อยลง ประกอบกับชั้นไขมันใต้ผิวบางลง ส่งผลให้ผิวยุบตัวลงเห็นเป็นร่องลึกบริเวณสองข้างปีกจมูก ทำให้ใบหน้าดูสูงวัย หลายคนถูกทักว่าทำไมหน้าตาไม่สดชื่น สาเหตุก็เป็นเพราะร่องแก้มนี่แหละค่ะ

วิธีแก้ไขริ้วรอยร่องแก้มมีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ หรือการกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียง หรือพลังงานคลื่นวิทยุ แถมล่าสุดยังมีอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งถูกคิดค้น โดยคุณหมอซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านเลเซอร์วิทยา แห่งคณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา 

ระหว่างที่คุณหมอทำการวิจัยขยายผลการใช้เครื่องมือเลเซอร์ เพื่อการทำฟันอยู่นั้น ก็พบว่าพลังงานแสงเลเซอร์ ทำให้ริ้วรอยร่องแก้มและรอยย่นรอบๆ ปาก ของอาสาสมัครดูตื้นขึ้น ซึ่งการยิงพลังงานเพื่อการทำฟันนั้น เป็นการยิงเข้าไปในช่องปาก คุณหมอจึงปิ๊งไอเดียว่า ถ้าจะลดริ้วรอยร่องแก้ม นอกจากจะใช้เทคนิคการส่งพลังงานลงไปใต้ผิว เพื่อให้ผิวหดตัวยกกระชับขึ้น อย่างที่หมอผิวหนังทำกันอยู่นั้น น่าจะลองใช้เทคนิคการยิงพลังงานเข้าไปในช่องปาก บริเวณกระพุ้งแก้มผนวกเข้าไปด้วย เพื่อเสริมให้ผลลัพธ์ของการรักษาปัญหาริ้วรอยร่องแก้ม ออกมาดียิ่งขึ้น คุณหมอจึงทำการทดลองอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งผลการทดลองก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ

หลังจากที่คุณหมอท่านนี้ค้นพบเทคนิคนี้ออกมา ก็ได้มีคุณหมอผิวหนังอีก 2 ท่าน นำเอาเทคนิคนี้ไปใช้ทดลองกับอาสาสมัครกลุ่มย่อยๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นยาว ไปกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณกระพุ้งแก้มและเหนือริมฝีปากด้านใน ควบคู่ไปกับการส่งความร้อนผ่านผิวด้านนอกไปยังชั้นคอลลาเจน ซึ่งจากการทดลองปรากฏว่า ริ้วรอยร่องแก้มของอาสาสมัครดูตื้นขึ้น แก้มและคางก็ยกกระชับขึ้น

ทั้งหมดนี้อธิบายได้ว่า การส่งพลังงานเลเซอร์ลงไปในเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม และบริเวณเนื้อเยื่อด้านในริมฝีปาก จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนในเนื้อเยื่อผิว และเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อรอบๆ ปาก เกิดการหดตัวกระชับขึ้น ทำให้มุมปากทั้ง 2 ข้างยกขึ้น ผิวแก้มยกตัวสูงขึ้น จึงช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น

ซึ่งการยกกระชับผิวและลดริ้วรอยร่องแก้มด้วยวิธีนี้ ไม่ทำให้เกิดบาดแผลใดๆ โดยเฉพาะในบริเวณช่องปาก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เจลหรือยาชาก่อนการรักษาหรือทำทรีตเม้นต์ค่ะ เพียงแต่การ รักษาด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องทำซ้ำหลายครั้ง โดยในงานวิจัยนำร่องกับกลุ่มอาสาสมัครย่อย ระบุว่าแพทย์ได้ทำการรักษาหรือยิงเลเซอร์ให้อาสาสมัครติดต่อกันประมาณ 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และได้ทำการประเมินผลเมื่อครบ 60 วัน หลังจากการรักษาครั้งสุดท้าย พบว่าในรายที่ผลลัพธ์เห็นชัดเจน ริ้วรอยร่องแก้มลดเลือนลงไปประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ผลการรักษาก็ แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัยและสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

หมอมีอีกหนึ่งทางเลือกมานำเสนอแบบนี้ หวังว่าคงทำให้คุณสาวๆ ยิ้มกว้างๆ ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยร่องแก้มนะคะ 

เรื่อง
DR. THANISORN THAMLIKITKUL 
ภาพ KAN SUWANTHADA
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Best in Show Christian Louboutin Ballerina Ultima
ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้าส้นสูงที่หญิงสาวทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะครอบครอง Christian Louboutin รองเท้า Stilletto ส้นสูงปรี๊ดที่มาพร้อมพื้นรองเท้าสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ รองเท้าไฮเอนด์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้การสร้างสรรค์ของ Christian Louboutin และเป็นที่รู้กันดีว่า Monsieur Louboutin มีความสนใจในศิลปะหลากหลายแขนง หนึ่งในนั้นคือ คณะคาบาเรต์และคณะบัลเลต์ชื่อดัง ถึงขนาดที่ว่า สร้างสรรค์รองเท้าคู่พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าของเหล่าบัลเลรีน่าโดยเฉพาะ
Lifestyle
King Bhumibol : The Greatest Inspiration
ผลงานจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์ รวมถึงผลงานศิลปะแขนงอื่นๆ กว่า 12 ชิ้นงานจากฝีมือของ 12 ศิลปินรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทอาร์ติสต์ นักวาดภาพประกอบ ไปจนถึงช่างสักที่เข้าถึงสไตล์ของวัยหนุ่มสาวใน Lips Garcon ฉบับธันวาคมนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดในเจเนอเรชั่นไหนๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันเป็นนิรันดร์ 
Lifestyle
The Legend Lives On
ถ้าผมเอ่ยชื่อของเขาคนนี้ คงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องร้อง “อ๋อ” กันเลยทีเดียว อาจจะมีคนที่รู้สึกคุ้นหู ไปจนถึงคนที่รู้จักและคุ้นเคยกับผลงานของเขา ที่ถูกยกให้เป็นผลงานชิ้นสำคัญๆของโลก ไม่ว่าจะเป็น Egg Chair, Swan Chair, หรือ Series 7 ที่เรียกได้ว่าถูกขนานนามให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีจำนวนการขายต่อชิ้นมากที่สุดในโลก ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคนจ้องจะลอกเลียนแบบมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน หลายคนคงสงสัยว่า ถ้ามีชื่อเสียงขนาดนี้ แล้วทำไมผมถึงเกริ่นเมื่อตอนต้นเรื่องว่าเขาตายตาไม่หลับล่ะ เขาคนนั้นก็คือ Arne Jacobsen  (อาร์เน่ แยคอปเซน) นั่นเอง