PAST PRESENT FUTURE WITH LOEWE


อุณหภูมิ 10 องศา และแสงแดดอ่อนๆ ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินตอนบ่าย 3 โมง ในช่วงต้นเดือน ธันวาคม เป็นสัญญาณที่ทำให้ผมต้องเร่งสปีดซอ
ยเท้า จ้ำอ้าวมุ่งตรงไปที่ Real Jardín Botánico de Madrid สวนพฤกษศาสตร์ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ให้เร็วที่สุด ก่อนตะวันจะลาลับขอบฟ้า และชั่วขณะที่ ผมเดินลัดเลาะผ่านแมกไม้นานาพันธุ์กว่า 20,000 ชนิด

ภายในสวนโบราณที่สร้างโดยเจ้าชายเฟอร์ดินานด์ ที่ 6 แห่งนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนรับชม ประวัติศาสตร์ของโลเอเว่ได้เป็นอย่างดี ราวกับว่า เรากำลังเดินทางย้อนไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองของกรุง แมดริดได้จริง

 
นิทรรศการ LOEWE : Past Present Future แบ่ง เป็น 2 โซนหลัก ปีกขวาของตัวอาคารจัดแสดงภาพถ่ายการจัดดอกไม้ทั้ง 12 เดือนของ Steven Meisel ช่างภาพ คู่บุญของโจนาธาน ผู้ร่วมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ โลเอเว่ โดยงานจัดดอกไม้ถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งของแคมเปญล่าสุด ซึ่งภาพถ่ายของไมเซลได้รับ แรงบันดาลใจจากงานจัดดอกไม้ในยุค 1930-50s ของ Constance Spry ศิลปินชาวอังกฤษ อารมณ์ของดอกไม้นานาชนิดที่ไล่เฉดจากเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนธันวาคม ภายในโถงสีฟ้าที่ทาบทอด้วยแสงรำไรของตะวันตกดิน มีเงาต้นไม้พาดผ่าน ช่วยเพิ่มมิติแห่งชีวิตให้ภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี
 

 
ปีกซ้ายของอาคารเรียงรายด้วยของสะสมของ โลเอเว่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นตราปั๊มหนังโลหะโลโก้ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก เดรสเชิ้ตผ้าชีฟองปักเลื่อมตัวต้นฉบับ งานศิลปะสำหรับตกแต่งร้าน กระเป๋าเครื่องหนังหลากหลายรุ่น น้ำหอม หีบบรรจุภัณฑ์ งานเฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย พื้นและผนังถูกปู ด้วยวอลเปเปอร์งานภาพถ่ายคอลลาจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรูปสเก๊ตช์โลโก้ร้าน และอินทีเรียในยุคแรกๆ ไปจนถึงภาพแคมเปญต่างๆ ทุกชิ้นถือเป็นของสะสมชนิด One - of - a - kind ประจำแบรนด์ ที่บอกเล่าภาพรวมทั้งหมดว่าโลเอเว่เรียนรู้อะไรจากอดีต ทำอะไรกับปัจจุบัน และก้าว ต่อไปอย่างไรในอนาคต ซึ่งสำหรับผมแล้วสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้โลเอเว่เป็นแบรนด์สแปนิชที่มีภาพลักษณ์แข็งแรงมากในสายตาผู้คน เพราะแบรนด์ศึกษาตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในตัวอยู่เสมอ

‘ไม่หยุดนิ่ง’ แน่นอน คำๆ นี้ เหมาะกับโลเอเว่ ที่สุดแล้ว 


เรื่อง-ภาพ Tanwa

 

 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Unconventional Art
ถ้าอาหารบนโต๊ะและบรรยากาศตรงหน้าจะถูกเปรียบเป็นงานศิลปะ มันคงเป็นศิลปะแนวทดลองผสมกับเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตเล่นสดๆ ที่มีกรอบหลวมๆ แทนบท แทบไม่มีการจัดฉาก และเมื่อจบตอนผลลัพธ์นั้นกินได้ด้วย มันให้รสชาติแตกต่างเมื่อเทียบกับเมนูที่เสิร์ฟทั่วไปในร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งก็แน่ละ เพราะที่นี่เรียกตัวเองว่า \'โรงงานจิตรกรรมโภชนาไร้รูปแบบ\' ไม่ใช่ร้านอาหารเสียหน่อย!
Lifestyle
Sinking Lotus Part II
ลำพังปัญหาข้อแรกของพุทธศาสนา ซึ่งพูดถึงไปแล้วในฉบับก่อน ตรงที่มีหลักคิดซับซ้อนและออกแนวขบถ (ไม่มีสิ่งใดยึดครองได้ เพราะโลกไม่มีตัวตน ทั้งหมดที่เห็นและจับต้องได้ ไม่มีอยู่จริง) เพียงจุดนี้จุดเดียว ชาวพุทธซึ่งเป็นคนธรรดาๆ ก็แทบจะตามไม่ทันแล้ว คือไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีคำสอนพระพุทธเจ้าบอกอย่างหนึ่ง แต่หูตาและประสาทสัมผัสตัวเองกลับบอกตรงข้าม