Look Good Feel Good

ทำอย่างไร เมื่อร้องไห้หนักมาก

Q : เพิ่งจะผ่านมรสุมชีวิตครั้งใหญ่มาค่ะ หมดน้ำตาไปหลายปี๊บ ตอนนี้อยากจะฮึดขึ้นมาจัดการชีวิตแล้ว แต่พอเห็นหน้าตัวเองในกระจกแล้วไม่อยากจะสู้หน้าผู้คนเลยค่ะ ตาบวม ใต้ตาเป็นถุง หน้าโทรม ผิวดูไม่สดใส มีวิธีอะไรพอจะช่วยได้มั้ยคะหมอ
A : ความเศร้าและการร้องไห้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ เป็นกลไกตามธรรมชาติที่ร่างกายใช้จัดการกับปัญหาชีวิต เวลาเราเครียด เศร้า ผิดหวัง การร้องไห้เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ช่วยปลดปล่อยความรู้สึกเพื่อให้เราสบายใจ แต่แน่นอนค่ะว่าการ "ร้องไห้หนักมาก" ย่อมไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจ แม้ว่าหมอจะเป็นหมอผิวหนัง ไม่ใช่หมอทางด้านจิตวิทยา แต่จากประสบการณ์ที่ไม่น้อยก็บอกได้เลยว่าการร้องไห้ฟูมฟายโดยที่ไม่หาทางแก้ปัญหานั้นไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แถมยังทำให้เราดูเป็นคนอมทุกข์ อยู่ด้วยแล้วไม่สนุก เพื่อนฝูงจะพากันถอยหนีไปทีละคนสองคน ดังนั้นการฮึดสู้ถือว่าเป็นก้าวแรกสำหรับการหาทางออกค่ะ ต้องขอปรบมือให้ที่ตัดสินใจหยุดร้องได้แล้ว คราวนี้มาดูกันค่ะว่าเมื่อเราร้องไห้หนักมาก เกิดอะไรขึ้นกับความงามของเราบ้าง อย่างแรกเลยก็คือดวงตาของเราค่ะ เมื่อเราร้องไห้ ดวงตาจะผลิตน้ำตาออกมาเพิ่ม ดังนั้นรอบดวงตาจึงดูบวมกว่าปกติ นอกจากนี้โซเดียมในน้ำตาก็ยังอาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและแห้งได้ และน้ำตาก็ยังออกมาทางจมูกอีกด้วย ทำให้เรามีน้ำมูกมากเวลาร้องไห้ ซึ่งตามธรรมชาติแล้วเมื่อเราหายใจไม่ออกก็จะสั่งน้ำมูก กระดาษหรือผ้าที่ใช้ก็จะเสียดสีกับผิวที่จมูก ทำให้จมูกลอกเป็นขุยได้เช่นกัน การร้องไห้ใช้พลังงานและน้ำมากกว่าที่คิดค่ะ ดังนั้นถ้าร้องไห้มากๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการขาดน้ำได้ ของแถมก็คือผิวแห้ง ไม่สดใส ทุกครั้งที่สิ้นสุดมหกรรมน้ำตาท่วมโลกก็ควรจะดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป เพราะหากผิวขาดน้ำต่อเนื่องกันนานๆ ก็อาจจะเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น ยิ่งทำให้เครียดขึ้นกว่าเดิมค่ะ หากต้องการตัวช่วยเรื่องความสดใส เติมชุ่มชื้นของผิวแบบเร่งด่วน หมอขอแนะนำโปรแกรม Skin Boosterค่ะ เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้หน้าใสเหมือนมีน้ำฉ่ำในผิว ดูสุขภาพดีเหมือนสาวแรกรุ่น  เทคโนโลยีนี้ใช้สารไฮยาลูโรนิค เอซิด ที่มีโมเลกุลเล็กและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับธรรมชาติมาก มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำสูง ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฉีดสารนี้จะฉีดเป็นจุดเล็กๆกระจายทั่วใบหน้า เพื่อให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกถึงชั้นหนังแท้และค่อยๆปล่อยความชุ่มชื้นออกมาเรื่อยๆ ผิวจึงชุ่มชื้นเต่งตึงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเพิ่มเรื่องความชุ่มชื้นแล้วยังช่วยลดรูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ ได้ด้วย  สารที่ใช้มีขนาดเล็กมากค่ะ แม้ว่าจะชื่อเหมือนกัน แต่ก็แตกต่างจากไฮยาลูโรนิค เอซิด โมเลกุลใหญ่ที่ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มร่องลึกอย่าง ร่องแก้ม ร่องน้ำตา วิธีฉีดก็แตกต่างกันด้วย สารนี้ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และปราศจากสิ่งเจือปนอื่นๆ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา จึงวางใจเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ  ส่วนปัญหาถุงใต้ตา หากเกิดจากการร้องไห้ก็สามารถหายได้เองภายในไม่กี่วันโดยไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้ามีปัญหาถุงใต้ตาอยู่นานหรือต้องการความเร่งด่วนก็อาจใช้เลเซอร์และทรีทเม้นต์ช่วยได้ ส่วนในกรณีปัญหาใต้ตาลึกโหลก็อาจพิจารณาใช้การฉีดสารเติมเต็มเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น หวังว่าคำแนะนำของหมอจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ หรือหากอยากพูดคุยแบบเจาะลึกก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและปัญหาเพื่อวางแผนการรักษาให้ตรงจุด สมัยนี้มีทรีทเมนต์ให้เลือกมากมายหลายอย่างค่ะ นอกจากจะไม่เจ็บแล้วยังช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนได้นวดหน้าด้วย เรียกได้ว่าทั้ง Look Good และ Feel Good ได้ ในคราวเดียวกันเลยค่ะ
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Live The Life You Love
LIVE THE LIVE YOU LOVE นอกจากการมีบ้านในฝันแล้ว เฟอร์นิเจอร์ดีๆ ก็นับเป็นอีกหนึ่องค์ประกอบภายในบ้านช่วยเติมเต็มความสุขในการอยู่อาศัย Modernform จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์คุณภาพอย่างพิถีพิถันเพื่อการใช้ชีวิต
Lifestyle
Pearypie x Lips Palette in Seoul
ไม่ใช่แค่แก๊งเด็กสาวรักสวยรักงาม หลงใหลสีสันของเมคอัพ และการแต่งหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งแพร นิหนุ่ย จูน สามสาวแห่ง Pearypieํs Team ต่างก็หลงรักอาหาร เอ็นจอยการอีตติ้งชนิดไม่น้อยหน้ากัน ไม่เกี่ยงของคาว หวาน เมนูแปลกพิสดาร ก็ไม่มียั่น (เราเห็นเธอคีบตับสดๆ เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ) แถมพวกเธอยังเป็นเอ็กซ์เปิร์ตในเรื่องการเสาะหาร้าน เมนูยั่วน้ำลายมาอวดเราอยู่เสมอ ฉะนั้นไม่แปลกที่ทั้งทริปนี้เราฝากท้องยกให้ #pearypieสายแดก เป็นไกด์พาเปิบพิสดารทั่วกรุงโซล