Building a Dream

ชีวิตบนอานจักรยานที่ขี่ผ่านแนวต้นไม้ใหญ่ มองเห็นบ้านอิฐหลังเล็กอยู่หลังแนวต้นปอเทืองปลูกเองที่ออกดอกสีเหลืองบานเป็นทุ่งคือรูปแบบชีวิตที่ "สุรียา สืบอ้วน" อดีตช่างภาพที่เคยขับรถบนทางด่วนแล้วเห็นผลงานตัวเองเรียงรายบนบิลบอร์ดเมื่อหลายปีก่อนเลือก และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่านี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

"มันเหมือนเราใช้ชีวิตมาพอสมควร ผ่านเหตุการณ์และจุดเปลี่ยนต่างๆ ซึ่งในที่สุดก็ค้นพบว่าจริงๆ แล้วชีวิตเราต้องการอะไร บ้านทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้นในกรุงเทพก็เคยมีแล้วรู้สึกว่ามันเป็นภาระ เสื้อผ้าของใช้แบรนด์เนมถึงวันหนึ่งก็ไม่ใช่ของจำเป็น การอยู่ในแวดวงสังคมเราก็ผ่านมาหมดกว่าสิบปีที่แล้วตอนที่เป็น Photo & Style Editor ให้กับแมกกาซีนและก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ" บทสนทนากับสุรียาในบ่ายวันหนึ่งทำให้เราขอพบกับเขาอีกครั้งที่ 'บ้าน' หลังเล็กบนพื้นที่เกือบสองไร่ ณ บ้านมะค่างาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา 



จะเรียกว่าเป็นบ้านที่เป็นส่วนผสมระหว่างบ้านในฝัน และบ้านที่เรียบง่ายที่สุดก็คงไม่ผิด
"ทุกอย่างคิดและตัดสินใจไม่นานเลย เราเจอที่ดินผืนนี้ประกาศขายในอินเตอร์เน็ต รู้สึกชอบ แต่พอคิดว่าน่าซื้อไว้ปรากฏว่ามีคนติดต่อขอซื้อไปแล้ว ผ่านไปราว 2 ปีเห็นมันขึ้นมาอีกว่าขาย คราวนี้เราไม่รีรออีกแล้ว ถือเงินสดมาก้อนหนึ่ง ขับรถมาดูที่ และตัดสินใจซื้อเลย ส่วนบ้าน เรามีฝันที่วาดไว้อยู่แล้วในกระดาษตอนเด็กๆ เลยทำตามความฝันและกำลังที่เรามี เป็นกระท่อมอิฐชั้นเดียวเล็กๆ หลังคาเป็นจั่วสามเหลี่ยม"



"ระหว่างที่ทำบ้าน เรามาเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านไปก่อน เริ่มปลูกต้นไม้ไปด้วยเพราะกว่าต้นไม้ใหญ่แต่ละต้นจะโตใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี ไม่มีอะไรที่รู้สึกว่ายากในการทำบ้านนะ แต่สิ่งที่ยากของเราคือน้ำ ช่างก็ไม่ว่าง เลยคิดว่าต่อปั๊มน้ำเองเลยมั้ยล่ะ ซึ่งพอลงมือเองเราก็ทำได้ หลังบ้านมีโอ่งเต็มเลย ถึงจะไม่สวยไม่เก๋แต่เรามั่นใจว่าไม่ขาดแคลนน้ำแน่ๆ สักพักอินเตอร์เน็ตก็มา เราติดต่อโลกภายนอกได้ มีน้ำ มีไฟ ทำอาหารกินเองได้ แค่นี้
ก็อยู่ได้แล้ว"



การตัดตัวเองออกจากความสบายและความคุ้นเคยเก่าๆ ไม่ยากเหรอครับ เราถาม "ยาก" สุรียาตอบทันที 

"แต่อยู่บ้านนี้แล้วเรารู้ว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือความสงบ ความว่างเปล่า สมองที่ไม่ต้องคิดอะไร แต่ในเรื่องของการใช้ชีวิตก็คล้ายๆ เดิม เราเชื่อว่าชีวิตยังต้องมีความสุขอยู่ เรายังเข้ากรุงเทพเพื่อทำงานบ้าง ซึ่งพอเสร็จธุระก็มาอยู่ที่นี่ ตื่นมากินอิ่ม นอนหลับ ในหมู่บ้านไม่ค่อยมีร้านอาหารเราก็ต้องทำเอง มะนาวบ้านเราเยอะเอาไปให้เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านก็ให้ผักกลับมา เดินถางหญ้าอยู่หน้าบ้านมีลุงที่ไม่รู้จักผ่านมาจากเก็บของป่าก็ให้มะม่วงกับเรา มันเป็นชีวิตแบบที่เราไม่เคยเจอที่กรุงเทพ นึกย้อนไปตอนเด็กที่ตอนปิดเทอมพ่อส่งไปอยู่บ้านย่า กลางคืนจุดตะเกียงนอน บางทีเราอาจจะโหยหาสิ่งนี้โดยไม่รู้ตัว"



นอกเหนือไปจากความสุขในรูปแบบชีวิตเรียบง่ายที่เลือกสุขกับธรรมชาติและการลงมือลงแรงเอง การย้ายมาอยู่ในบ้านหลังนี้ยังทำให้สุรียาค้นพบกับความสุขและศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในด้านการฝึกโยคะ

"การมาอยู่ที่นี่ช่วยซัพพอร์ตเรื่องโยคะของเรามาก เราฝึก ashtanga yoga ซึ่งเป็นแนวทางการฝึกด้วยตัวเอง มีแบบแผนชัดและอยู่ที่ไหนก็ฝึกได้ แต่พออยู่ที่นี่มันไม่ได้มีอะไรให้ทำเยอะ หรืออย่างกลางวันทำสวนหรืองานนอกบ้านอยู่พอร้อนเราก็จะหลบเข้ามาฝึกโยคะ สิ่งที่โยคะสอนก็คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง อยู่กับลมหายใจ การโฟกัสในระหว่างฝึกโยคะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง สติและสมาธิต้องอยู่กับตัวตลอดเวลา จะว่าไปโยคะช่วยเปลี่ยนเราเยอะมาก จากที่เรียนเพราะเป็นแฟชั่น เห็นคนเก๋ๆ เรียนโยคะกัน พอเริ่มฝึกเองและจริงจังกับมันเรารู้เลยว่านิสัยตัวเองเปลี่ยน จากร้อนเป็นเย็นลง จากยากก็ง่ายขึ้น เราจริงจังขนาดไปเรียนเพื่อเป็นครูฝึกโยคะและรู้สึกว่าแอตติจูตในการเป็นครูซึ่งมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเป็นครูสอนโยคะ ถ้าจะเข้ากรุงเทพก็คงไปเพื่อสอนโยคะ แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่บ้านนี้สลับกันไป"



"แต่ถ้าเป็นความฝันในระยะยาว เราอยากอยู่ที่นี่ ปลูกผักกินเอง ทำฟาร์มสเตย์เล็กๆ สัก 2-3 ห้อง ทำอาหารจากแปลงผักของเราให้คนที่มาพักกิน ฝึกโยคะได้ด้วย ที่นี่อากาศดีทั้งปี ตื่นขึ้นมาก็มีความสุขแล้ว …ตอนนี้รู้สึกดีจัง อยากจะสูบบุหรี่ขึ้นมาเลย เวลาที่อารมณ์ดีเราอยากสูบบุหรี่" 

สุรียายิ้ม ในความเป็นจริงเขาเพียงแค่พูด เพราะเลิกบุหรี่มาหลายปีแล้วด้วยเหตุผลว่าคุณภาพของโยคะอยู่ที่ลมหายใจ และบุหรี่เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบ





แม้ว่ารอบๆ บ้านจะถูกโอบล้อมด้วยแนวต้นไม้ มีเสียงนกและแมลงแทรกให้ได้ยินบ้างในตอนเช้าตรู่ และมีภูเขาสูงตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง แต่เสียงเพลงจาก Edith Piaf ดังคลอจากในบ้านตลอดการสนทนา กาแฟทรีอินวันในแก้วบลูแอนด์ไวท์จากอังกฤษพร่องเกือบหมดแก้ว …'ความสุขที่เรียบง่าย' ของสุรียายังทิ้งอารมณ์บางอย่างที่ทั้งง่าย และทั้งบ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของบ้านที่ไม่ใช่อะไรก็ง่ายไปเสียหมด 



"เพลงนี่ขาดไม่ได้ เราชอบฝรั่งเศสก็อยากมีอารมณ์ให้ได้คิดถึงที่นั่นบ้าง (หัวเราะ) มีช่วงแรกที่เราฝึกโยคะจนไม่พักเลยซึ่งมันก็สอนเราเองว่าต้องมีวันว่างให้กล้ามเนื้อได้พักบ้าง อย่ายึดติดกับมันจนเกินไป บ้านนี้สอนเรื่องความเรียบง่ายจริงๆ อย่างตอนแรกตั้งใจจะทำผนังอีกชั้น แต่พอช่างมาทำก็หยุดเอาไว้แค่นี้เพราะเรารู้สึกว่าพอแล้ว แค่นี้ก็โอเคแล้ว เรามองหาสาระสำคัญในการใช้ชีวิตของตัวเองมากกว่าที่จะอวดใคร"

"ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็มีแนวทางของตัวเอง แค่ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และตอบกับตัวเองได้ว่าสุขจริงๆ แล้ว เราว่าแค่นี้แหละที่สำคัญ"


    


เรียบเรียงจากคอลัมน์ The House ในนิตยสาร LIPS เดือนพฤศจิกายน 2559


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Coconut Toffee Brownie
จากสูตรเดิมอย่าง German Chocolate Brownie ที่ดูจะหวานจัดเกินไปทั้งตัวบราวนี่และหน้าขนม \'กษิดิส ฌาน\' นำมาดัดแปลงปรับสัดส่วนให้ถูกจริตคนไทย และเปลี่ยนชื่อใหม่กลายเป็นบราวนี่หน้าทอฟฟี่มะพร้าว ที่มีอัลมอนด์เพิ่มความกรุบกรอบ พร้อมรสสัมผัสเหนียวแต่ไม่แน่น หวานพอดีๆ
Lifestyle
Orange Honey Swiss Roll
เมื่อ กษิดิส ฌาน นำส้มนาเวลสีสวย กลิ่นหอมสดชื่น มาแปรเปลี่ยนเป็นโรลส้มแสนอร่อยที่เจ้าตัวเคยทำจนขายดิบขายดีแทบไม่ได้พัก ความโชคดีจึงตกอยู่กับเราด้วยสูตรการทำที่จะว่าง่ายก็ไม่ใช่ ยากก็ไม่ชัด แต่จัดว่า อร่อยและควรค่าแก่การลองทำรับปีใหม่