Be Mine

ความอบอุ่นในครัวที่มีกลิ่นอาหารอบอวล มีมือของคุณและเขาช่วยกันตระเตรียมส่วนผสม คือรูปแบบความโรแมนซ์ที่เรียบง่ายแต่น่าจดจำ และไม่จำเป็นต้องรอแค่เทศกาลหรือโอกาสพิเศษ

DARK CHOCOLATE CAKE WITH RED WINE GLAZING
เนื้อช็อกโกแลตเค้กที่เข้มข้น แน่น และหนักด้วยดาร์กช็อกโกแลตน่าจะถูกใจชอกโกแลตเลิฟเวอร์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อราดทับด้วยเกลซซิ่งช็อกโกแลตข้นๆ อีกชั้น

Dark Chocolate Cake
เนยจืด 225 กรัม / แป้งอเนกประสงค์ 1/3 ถ้วย / ดาร์กช็อกโกแลต 225 กรัม / น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง / ไข่ไก่ 4 ฟอง / เกลือ 1/2 ช้อนชา

Red Wine Glazing
ดาร์กช็อกโกแลต 50 กรัม / เนยจืด 1/4 ถ้วย / น้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วย / เกลือ 1/4 ช้อนชา / ไวน์แดง 1/3 ถ้วย 



1. ทำเค้ก โดยเปิดเตาอบความร้อน 160 องศาเซลเซียส ทาเนยทั่วพิมพ์ โรยแป้งอเนกประสงค์บางๆ เตรียมไว้
2. ใส่ช็อกโกแลตหั่นเป็นชิ้นเล็ก น้ำตาล และเนยในอ่าง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดบนเตา คนสม่ำเสมอจนละลาย ยกลงจากเตา คนต่อจนอุ่น ทิ้งไว้ให้เย็น
3. ตีส่วนผสมช็อกโกแลตด้วยความเร็วปานกลาง ตอกไข่ใส่ทีละฟองจนเนื้อเนียนคล้ายมูส เติมเกลือ ร่อนแป้ง ตีอีกหน่อยจนเนื้อเนียนเข้ากัน เทใส่พิมพ์ อบนานราว 45-50 นาที สังเกตว่าเนื้อเค้กไม่ติดไม้เมื่อจิ้มลงไป 
4. ตั้งบนตะแกรงราว 15 นาทีจนอุ่น คว่ำเค้ก ตั้งไว้จนเย็นสนิท
5. ทำเกลซซิ่งโดยใส่ดาร์กช็อกโกแลต เนยในอ่าง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดบนเตา คนสม่ำเสมอจนเริ่มละลาย ใส่เกลือ น้ำตาลไอซิ่ง คนจนเป็นเนื้อเดียวกันและรินไวน์แดงใส่ลงไป คนจนเดือดและข้น ยกลงจากเตา เทลงบนเค้กตอนที่ยังอุ่นๆ      



CHOCOLATE BLACK VELVET
เป็นเรื่องจริงที่สุดที่ผู้ชายจะยิ่งมีเสน่ห์เมื่อเขาโชว์ฝีมือชงค็อกเทลเองให้กับคนพิเศษ ด้วยความง่ายดายในการทำแก้วนี้บวกกับรสชาติหอมหวานซ่า เราการันตีเลยว่าอย่างไรก็ไม่เสียฟอร์ม

ช็อกโกแลตไซรัป 1/2 ออนซ์ / ดาร์กเบียร์ หรือ stout 1 ออนซ์ / สปาร์กลิ้งไวน์ 3 ออนซ์ / เหล้ารสส้ม 1 ช้อนชา / เปลือกส้มฝานบาง 1 เส้น


1. รินช็อกโกแลตไซรัปในแก้ว เติมเบียร์
2. ค่อยๆ รินแชมเปญช้าๆ ผ่านช้อนลงในแก้ว เติมเหล้าส้ม
3. ตกแต่งด้วยผิวส้มก่อนเสิร์ฟ



CACAO SCALLOPS
ระหว่างที่รอขนมอบอยู่ในเตา สแกลลอปเซียร์พอสุกในบราวน์บัตเตอร์เป็นสตาร์ท-เตอร์อย่างดี ผงโกโก้และช็อกโกแลตที่โรยบนสแกลลอปหอมๆ ขมๆ เข้ากันดีกับไวน์-แดงมัลเบ็คหรือชีราซ รวมทั้งกับค็อกเทลที่มีส่วนผสมช็อกโกแลต

หอยสแกลลอป 5-6 ตัว / เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ / ผงโกโก้ 1 1/2 ช้อนชา / เกลือ / พริกไทยดำ / เลมอน 1 ผล / ช็อกโกแลต 


1. ล้างและซับสแกลลอปให้แห้งด้วยทิชชู่ ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย และผงโกโก้
2. ตั้งกระทะบนไฟแรง ใส่เนยลงไปจนเดือดและขอบเริ่มเป็นสีน้ำตาล ใส่สแกลลอปลงในกระทะ พอสุกเป็นสีน้ำตาลกลับด้าน
3. ตักใส่จาน โรยด้วยช็อกโกแลตขูดหยาบเล็กน้อย
4. บีบเลมอนนิดหน่อยในซอสที่ใช้ทอดสแกล-ลอป ใช้ช้อนตักราดบนชิ้นสแกลลอปในจาน



CHOCOLATE BROWN BUTTER PECAN PIE
กลิ่นหอมของช็อกโกแลต ความหวานเหนียวของอินทผลัม ตัดกับแป้งกรอบและความมันของถั่วพีแคน เป็นการจบมื้อที่คำว่าแฮปปี้เอนดิ้งอาจจะน้อยเกินไป! 

Pie Crust 
แป้งอเนกประสงค์ 1 1/4 ถ้วย / น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา / เกลือ 1/2 ช้อนชา / เนยจืด 115 กรัม แช่เย็น ตัดเป็นชิ้นลูกเต๋า / น้ำเย็นจัด

Filling 
ถั่วพีแคน 1 1/2 ถ้วย / อินทผลัมแกะเม็ดออกหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย / ดาร์กช็อกโกแลต 50 กรัม / เนยจืด 115 กรัม / น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย / น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย / golden syrup 3 ช้อนโต๊ะ / ผงโกโก้ 1 1/2 ช้อนชา / เกลือ 1 ช้อนชา / ไข่ไก่ 3 ฟอง / วิปปิ้งครีมตอนเสิร์ฟ


1. ทาเนยบางๆ ทั่วพิมพ์พายขนาด 9 นิ้ว เตรียมไว้ 
2. ทำแป้งพายโดยใส่แป้ง น้ำตาล และเกลือในอ่างผสม ใส่เนยลงไปคลุกจนพอเข้ากันและร่วนเป็นครัมบ์คล้ายขนมปังป่น
3. ค่อยๆ เติมน้ำและนวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน โรยแป้งอเนกประสงค์เล็กน้อย ใช้ไม้คลึงแล้วใส่ลงในถาด สามารถ ทำขอบพายให้สูงเพื่อให้ใส่ไส้พายได้หนาสไตล์อเมริกัน 
4. ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วทั้งถาด ปิดด้วยฟิล์ม แช่ตู้เย็นไว้ 1 ชั่วโมง
5. เปิดเตาอบความร้อน 180 องศาเซลเซียส ใส่พีแคนในถาดเกลี่ยให้ทั่ว อบราว 8-10 นาที เอาออกจากเตา พักไว้ 
6. อบแป้งพายราว 25 นาที จนแป้งกรอบเป็นสีน้ำตาลอ่อน ในระหว่างนั้นเตรียมไส้พาย โดยใส่ช็อกโกแลตในอ่างตั้งบนหม้อที่มีน้ำเดือดบนเตา พอละลายใส่อินทผลัม คนให้เข้ากัน
7. ใส่เนยในหม้อ ตั้งไฟปานกลางหมั่นคนจนเดือดและเปลี่ยนเป็นน้ำมันสีน้ำตาลทองกับตะกอนสีน้ำตาลเข้ม ยกจากเตาตั้งให้อุ่น
8. ผสมน้ำตาลทรายแดง น้ำตาล โกลเด้นไซรัป ผงโกโก้ ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เนื้อเนียนเข้ากัน ตามด้วยบราวน์บัตเตอร์ คนจนเนียนเป็นเงา
9. ยกแป้งพายออกจากเตา ใส่อินทผลัมและช็อกโกแลตเป็นชั้นล่างสุด ตามด้วยพีแคนคั่วและฟิลลิ่งจนเต็มเกือบ ถึงขอบพาย ยกเข้าเตาอบ อบราว 1 ชั่วโมง สังเกตว่าที่ขอบไส้เซตตัว ตรงกลางยังเหลวนิดๆ ยกออกจากเตาตั้งบนตะแกรงจนเย็นสนิท
10. ตีวิปปิ้งครีมเสิร์ฟกับพาย หรือไม่ต้องมีก็ได้ตามความชอบ

SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Milan Design Week 2016 Salone Del Mobile
ถึงเวลาที่เราจะมีทีวีที่สวยที่สุด สมุดโน้ตกระดาษที่กลายเป็นไฟล์ได้ โคมไฟที่เหมือนกำลังละลาย และอีก 12 ไอเดียสุดปลื้มจาก Milan Design Week ที่คัดสรรมาบอกต่อโดยบรรณาธิการนิตยสาร LIPS Love 
Lifestyle
Fruite Yogurt Panna Cotta
แพนนาคอตต้า เพิ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นของหวานสัญชาติอิตาลีเมื่อปี 1960 ทว่าก่อนหน้านั้นมีเรื่องเล่าว่าเป็นของหวานที่คิดค้นโดยสตรีชาวฮังกาเรียนในช่วงต้นปี 1900 โดยมีชื่อเรียกในยุคนั้นว่า latte inglese (English milk) ส่วนชื่อแพนนาคอตต้านั้นแปลตรงๆ ว่า \'ครีมต้ม\' สมัยแรกๆ นั้นไม่มีซอสใดๆ ราดหน้ามาแบบที่ยุคนี้นิยม อย่างมากก็แต่งผลไม้บ้างเท่านั้น
Lifestyle
LIPS Magazine x CPN Life
เพราะบนโลกออนไลน์ ทุกแง่มุมไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่แฟชั่น ความงาม อาหารการกิน การท่องเที่ยว เรื่องไอที ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง เศรษฐกิจ สังคม หรือทุกประเด็นข้อมูลข่าวสาร เราติดตามอัพเดทกันได้ง่ายๆ เพียงคลิก!!