An Omakase Perfection

Sushi Zo (ซูชิโซ) คือร้านซูชิสไตล์โอมากาเสะ ที่มีความหมายตรงตัวว่า ฉันยกให้คุณจัดการเลย (I'll leave it to you) ซึ่งคุณคนที่ว่าก็คือ เชฟประจำร้าน ดังนั้นนี่จึงเป็นซูชิตามใจเชฟขนานแท้ ทำให้บรรยากาศของมื้อเย็นที่นี่ไม่ต่างอะไรกับการเข้าไปชมโชว์เคสเด็ดๆ ของเชฟทั้ง 3 ท่าน ซึ่งประจำการอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ที่รายล้อมด้วยเก้าอี้ของผู้เข้าชิมจำนวนไม่เกิน 12 ที่นั่ง ตัวร้านจึงไม่ต้องตกแต่งอะไรให้วุ่นวาย เพราะรายละเอียดที่เรียกทุกสายตาให้จ้องมองคือ การขยับนิ้วมืออย่างพลิ้วไหวเพื่อแล่ปลา ปั้นข้าว และหยิบจับสารพันวัตถุดิบ ผสมผสานจนออกมาเป็นซูชิคำแล้วคำเล่าของเชฟต่างหาก
 

"เราจำเป็นต้องทดลองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ทุกๆ วัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าเสมอ หัวใจสำคัญคือ ไม่มีคำว่าตัดทอนขั้นตอน เพราะการทำเช่นนั้นไม่มีทางไปสู่การทำโอมากาเสะชั้นยอดได้" เชฟเคโซ เซกิ ผู้ก่อตั้งซูชิโซขึ้นเป็นแห่งแรกที่ลอสแองเจลิส ตามด้วยนิวยอร์ก และกรุงเทพฯ เน้นถึงจุดยืนของร้าน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าแม้การมาแต่ละครั้งคุณอาจไม่ได้กินเมนูเดิม แต่ทุกวัตถุดิบที่ส่งตรงจากตลาดปลา 3 แห่งสำคัญของญี่ปุ่น ทั้งฮอกไกโด โตเกียว และคิวชู ก็ทำให้มั่นใจได้ว่าปลา Yagara ท้องปลา Hagatsuo ตับปลา Ankimo ฯลฯ เปี่ยมด้วยความสดใหม่ ที่เมื่อกินพร้อมกันกับข้าวสวยหุงด้วยน้ำแร่บริสุทธิ์จากฮอกไกโด ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแดงและขาว ยิ่งกลมกล่อมและเสริมให้เท็กซ์เจอร์เข้ากันกับรสชาติอย่างสมบูรณ์แบบ 

Sushi Zo Bangkok ตั้งอยู่ที่ชั้น G แอทธินี ทาวเวอร์ ถนนวิทยุ
เริ่มต้นที่ 18 คำ ราคาเริ่มต้นที่ 7,000 บาท ++
เปิดให้บริการเวลา 17.00- 21.30 น. ปิดวันจันทร์
โทร 0 2168 8490 หรือ www.sushizobangkok.com


ภาพ Courtesy Of Sushi Zo
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
In Her Bag : Yoghurt Rawiwan
โยเกิร์ต-รวีวรรณ บุญประชม นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ของเรา กำลังจะเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดงดราม่า แม้จะทำให้ตารางประจำวันของเธอแน่นเอี้ยดกว่าเก่า แต่สาวคนนี้ยังคงเจียดเวลาไว้สำหรับการออกกำลังกาย และท่องเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ คงไม่ต้องบอกนะว่าเดสทิเนชั่นที่เธอชื่นชอบคือที่ไหน เพราะผิวแทนสวยนั่นคือคำบอกใบ้ที่ดีที่สุด
Lifestyle
Sinking Lotus Part II
ลำพังปัญหาข้อแรกของพุทธศาสนา ซึ่งพูดถึงไปแล้วในฉบับก่อน ตรงที่มีหลักคิดซับซ้อนและออกแนวขบถ (ไม่มีสิ่งใดยึดครองได้ เพราะโลกไม่มีตัวตน ทั้งหมดที่เห็นและจับต้องได้ ไม่มีอยู่จริง) เพียงจุดนี้จุดเดียว ชาวพุทธซึ่งเป็นคนธรรดาๆ ก็แทบจะตามไม่ทันแล้ว คือไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีคำสอนพระพุทธเจ้าบอกอย่างหนึ่ง แต่หูตาและประสาทสัมผัสตัวเองกลับบอกตรงข้าม