A TASTE of JOY

เคยมีคนบอกไว้ว่า การที่เรามาถึงร้านแล้วไม่เจอใครอื่นเลย อาจจะเป็นเพราะเรามาก่อน หรือหลังจากคนอื่นๆ ก็เป็นได้ พวกเราจำประโยคนี้ได้เสมอ เลยทำให้ไม่ค่อยตัดสินความอร่อยของร้านจากปริมาณลูกค้า วันนี้ ที่ Casa Azul ก็เช่นกัน เพราะเป็นเวลาเลยบ่ายสองไปแล้ว ก็ถือว่าพวกเรากินมื้อกลางวันช้าไปมากอยู่ จัดแจงเลือกนั่งรับลมร้อนกันด้านนอกเพราะได้อารมณ์ดี พลิกดูเมนูแล้วก็พบว่าตัวเลือกของที่นี่ไม่แฟนซีนัก เน้นไปที่เมนูเม็กซิกันหลักๆ แบบคลาสสิก ที่คนส่วนมากน่าจะพอรู้จักกันดี
 

ระหว่างที่กำลังเลือก น้องพนักงานก็ออกมาพร้อมกระดานดำนำเสนอเมนูราคาพิเศษสำหรับช่วงเวลามื้อกลางวัน ถึงแม้พนักงานจะพูดไทยติดสำเนียงเบอร์มีสอยู่บ้าง แต่เราก็จับความตั้งใจนำเสนอสิ่งดีๆ สู่กระเพาะของพวกเราได้ ตกลงใจได้มา 3 อย่าง พร้อมกับช่วงเวลา Happy hours ที่จะเริ่มต้นในอีก 1 นาทีถัดไป แน่นอนมาร์การิต้า สตรอว์เบอร์รี่ และมาร์การิต้าเสาวรสจึงถูกสั่งมาอย่างไม่ต้องคิด เริ่มเร็วก็แฮปปี้เร็ว - ถูกต้อง! หลังจากนั่งรออย่างใจจดใจจ่อกว่าครึ่งชั่วโมง มือก็ล้างรอแล้ว ถ่ายรูปเล่นก็แล้ว จนมาร์การิต้าน้ำแข็ง ละลายไปมากกว่าครึ่งก็แล้ว

ในที่สุดอาหารก็ออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน นาทีนี้บอกเลยว่าหิวมาก คว้าหมับเอา Taco Chorizo (ไส้กรอกสเปน) ขึ้นมากัดเต็มปากเต็มคำ โอ๊ย... รสชาติมาเต็มแบบชนิดไม่ต้องเติมซอสทั้ง 4 ชนิดในพวงพริก และอีก 1 กระปุกที่เขาเตรียมไว้ให้เลย รสชาติเต็มที่ว่าคือกลมกล่อมครบรส จะมีฉีกทะลุรสอื่นก็ด้วยพริกดองแบบพอเหมาะพอเจาะ แป้งหนาแต่ไม่แข็งโอบไส้ไม่เปียกแฉะ กัดไปเคี้ยวไปสลับเสียง อึ้มๆ ในลำคอเป็นระยะๆ ต่อด้วย Taco Carne asada หรือทาโก้เนื้อ ส่วนตัวคิดว่าเนื้อทื่อๆ ด้านๆ และสุกเกินไป เลยทำให้เราหันมาลองใส่ซอสคู่โต๊ะเพิ่มดู ขอบอกว่าไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร งั้นชิมมันให้หมดเลยละกัน

 

เริ่มด้วย Verde ออกรสกลมกล่อมที่ทำมาจาก tomatillos หรือมะเขือเทศ เขียวและเฮิร์บหลายชนิด กินง่ายอร่อยง่ายเพิ่มรสได้ดี สำหรับ Abodo ที่มีส่วนผสมหลักเป็นพริกแห้ง กลิ่นหอมสโมกชัดเจน เผ็ดพองามและยังได้กลิ่นสมุนไพรอื่นๆ ที่ช่วยกันรับส่งความหอมและรสได้ดีอีก กลายเป็นซอสโปรดหน้าใหม่ไปโดยปริยาย ส่วน Rojo สีแดงส้ม มีความเป็นมะเขือเทศ กับกระเทียมชัดเจน เผ็ดละมุนๆ หรือแทบจะไม่เผ็ด เลยก็ว่าได้

แต่ที่เด็ดสุดคือขวดที่เขียนแนะนำตัวเองว่า Hell Fire สีเขียวอ่อนสดใส ที่รสชาติสดใสยิ่งกว่า ด้วยความเผ็ดระดับพริกหลายสิบเม็ดแบบเนียนๆ และด้วยความไม่รู้จึงตักใส่ปากไปเต็มช้อนเพราะอยากลองรสแบบเพียวๆ ดู ผลคือเผ็ดแสบแบบมาเรื่อยๆ แต่มาไม่หยุด หัวร้อนซี๊ดซ๊าดแต่ให้ความรู้สึกพึงใจมาก ส่วน Chunky ออกแนวซัลซ่ามะเขือเทศ ช่วยดับความเผ็ดร้อนและเพิ่มรสได้ดีไม่แพ้กัน (เรื่องซอสจะยาวไปไหน)

 

 
จากนั้นเราก็ลอง Taco ปลาชุบแป้งทอด ที่เคยลองของร้านอื่นแล้วผิดหวังเพราะแป้งไม่กรอบและออกจะจืดชืด แต่ของ Casa Azul หาเป็นเช่นนั้นไม่ แป้งกรอบปลาสดและใส่ซอสมากำลังดีไม่แฉะเกิน และยังมีรสมีชาติ เป็นอีกหนึ่งทาโก้ที่อร่อยเสร็จแบบไม่ต้องพึ่งซอสเลย
 

อีก 2 จานที่เราสั่งคือ Quesadilla ไก่ อร่อยแบบนัวๆ สุภาพๆ มีชีสแต่ไม่เค็ม ซึ่งทำให้เราได้ใช้ซอสกันมากขึ้น ในกรณีนี้เราถือว่าเป็นข้อดีนะ ส่วนอย่างสุดท้ายคือ Homemade Corn Chips and Guacamole ที่เสิร์ฟพร้อมซัลซ่ามะเขือเทศ จุดเด่นอยู่ที่ตัวแป้งข้าวโพดกรอบผิวขรุขระ ที่ทางร้านต้มข้าวโพด-บด-รีด-ทอด เองกับมือทุกขั้นตอนจนออกมาเป็นชิพกรอบมัน ให้ได้กินคู่กันกับกัวคาโมเล่รสชาติดี และซัลซ่าพาสดชื่น ซึ่งพอได้คุยกับพนักงานเลยได้รู้ว่าไม่ใช่แค่ชิพข้าวโพดนะที่ทำกันเองในร้าน แต่ซอส 5 ตัวที่พวกเราเอ็นจอยยิ่งนัก เขาก็ทำเองหมดสดใหม่! น้องพนักงานดูจะภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่ความตั้งใจของเขาถูกพวกเรามองเห็น ชนิดเลอะเต็มปากเต็มมือกันเลยทีเดียว
 

มื้อนี้จะว่าไปมีความอร่อยเป็นหลัก มีความสบายๆ แบบไม่มีพิธีรีตรองเป็นรอง ตามมาด้วยความสะใจในรสชาติที่ไม่หวือหวาแต่ว่าใช่ และความมือเลอะชุดเลอะ ปากแสบ แถมเพิ่มด้วยความแฮปปี้ที่ตกลงใจลองกิน Casa Azul ในวันนี้ ดีนะที่เราไม่ตัดสินอะไรจากแค่ที่ตาเห็น เพราะลูกค้าไม่มี แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าร้านนั้นๆ ไม่อร่อย เสมอไป ลองให้โอกาสกันดูสักครั้งก่อน และสำหรับเรากับบ้าน Frida หลังนี้ ครั้งหน้ามีอีกแน่นอน Hasta luego! 

CASA AZUL
2/23 พหลโยธิน ซอย 7 (ซอยอารีย์)
โทร :  0 2619 5107
เปิดทุกวัน 11:00 - 23:59
FB : casaazulbkk
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Lifestyle
Milan Design Week 2016 Salone Del Mobile
ถึงเวลาที่เราจะมีทีวีที่สวยที่สุด สมุดโน้ตกระดาษที่กลายเป็นไฟล์ได้ โคมไฟที่เหมือนกำลังละลาย และอีก 12 ไอเดียสุดปลื้มจาก Milan Design Week ที่คัดสรรมาบอกต่อโดยบรรณาธิการนิตยสาร LIPS Love 
Lifestyle
Europe is Our Playground
เวลาควงคู่ไปต่างประเทศกับคนรู้ใจ ใครๆ ก็มักจะแซวว่า “ไปฮันนีมูนเหรอ” แต่สำหรับคู่รักช่างเที่ยวอย่างดีเจหนุ่มมุกแพรวพราวจาก 94 EFM ที่เพิ่งเข้าประตูวิวาห์กับภรรยาสาวสวยไปเมื่อปีก่อน การไปทัวร์ยุโรปคราวนี้ไม่ใช่ทริปพิเศษที่ครีเอทมาเพื่อสองเราโดยเฉพาะ แต่เป็นทริปในฝันที่ชวนเพื่อน ร่วมก๊วนอีกสองคู่มาร่วมแจม เพราะฉะนั้น ทริปนี้หวานมันครบรสแน่นอน 
Lifestyle
WHEN FASHION MEETS ART
DIOR by Mats Gustafson  ถ้าเอ่ยชื่อของ Mats Gustafson สำหรับแวดวงศิลปะและแฟชั่นแล้ว คงไม่มีใครไม่คุ้นชื่อของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลงาน fashion Illustration อันโดดเด่นที่ Mats Gustafson อาร์ตทิสต์ชาวสวีเดน ผู้ที่นำคอลเล็กชั่น Haute Couture และ Ready-to-Wear มาตีความใหม่ เพื่อตีพิมพ์ลงใน Dior Magazine จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากมาย