A Journey through the Mind & Body

“เราเริ่มเล่นโยคะ เพราะรู้สึกว่า ทำงานหนักมากจนเครียด มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเกาะเต่าแล้วเห็นคนกำลังเรียนโยคะกันอยู่ เราเลยลองไปเรียนกับเขาอยู่หนึ่งวัน แล้วรู้สึกว่าหัวโล่ง ไม่ต้องคิดอะไรมาก เลยอยากเรียนเพิ่มเติม พอเริ่มเซิร์ชหาข้อมูลแล้วเลยตัดสินใจไปเรียนที่อินเดีย 
 

      เริ่มตั้งต้นจากมุมไบก่อน โรงเรียนโยคะในอินเดียหาไม่ยากเดินไปถามตรอกซอกซอยไหนก็มีหมด เราเลือกโรงเรียนโยคะจากประมาณ 10 แห่ง เดินเข้าไปคุยกับอาจารย์แล้วถึงใช้สัญชาตญาณตัดสินใจว่า เราอยากเรียนกับครูคนไหน

สุดท้ายได้ไปเรียนที่เมือง Rishikesh อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียเป็นเวลา 3 เดือน เมืองนี้เป็นเมืองที่พวกโยคีเขาอยู่กัน ก่อนหน้านั้นได้ไปเรียนที่เมือง Goa ซึ่งเป็นเมืองชายหาดอยู่ 3 วัน เป็นโรงเรียนโยคะเล็กๆ ติดชายหาด มีพราหมณ์มาสอน  บรรยากาศดีมาก อาหารอร่อย   

 

 
เราชอบไปนั่งสมาธิที่ลา-ดัก แคว้นแคชเมียร์ด้วย ก่อนถึงทะเลสาบจะเป็นภูเขา มีแม่น้ำไหลผ่าน เงียบสงบมาก

ครูที่นั่นเป็นชาวอินเดียที่จบจากมหาวิทยาลัยโยคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้จะไม่ใช่สไตล์อเมริกัน โยคะ ที่ถูกดัดแปลงมาแล้ว ศาสตร์ที่เราไปเรียนเรียกว่า ‘หัตถะโยคะ’ ต้องเริ่มเรียนตั้งแต่การหายใจ Sun Breathing, Moon Breathing และ Balance Breathing 

ช่วงแรกอาจารย์ให้เรานั่งสมาธิอยู่หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ฝึกการหายใจอย่างเดียว เพราะอาจารย์ดูตาเราออกว่า เรายังฟุ้งซ่าน คิดเรื่องอื่นอยู่ในขณะฝึก แต่ก็นับว่า เราเรียนรู้ได้เร็วเหมือนกัน เพราะร่างกายค่อนข้างยืดหยุ่นได้ดี ท่าเกี่ยวกับหลังจะทำได้ดี ลำตัวโค้งได้ง่าย อย่างท่า Scorpion  ซึ่งยากกว่าท่า Head Stand เสียอีก 
 

 
ส่วนตัวสนใจเรื่องการทำ Mudra หรือการทำสมาธิ เพราะเป็นคนใจร้อน แค่เจอคนขับตุ๊กตุ๊กคิดราคาไม่ตรงกันในแต่ละวัน เราก็อารมณ์เสียแล้ว ซึ่งอาจารย์จะดูออกทันทีเลยว่า วันนี้เราเครียดนะ ก่อนฝึกต้องล้างออกให้หมด เราต้องไปนั่งสมาธิ ทำ Mudra ทำท่า Dead Pose มีการจ้องเปลวเทียนด้วย เป็นการล้างความขุ่นมัวไม่ให้เราเครียดสะสม  
 

 
การที่ได้อยู่กับโยคะทุกวันมันทำให้เราอินกับมันได้เร็วขึ้น พออยู่ถึงสัปดาห์ที่สองเรากลายเป็นมังสวิรัติไปเลย การกินมังวิรัติทำให้ร่างกายเราไม่หนัก เวลาหายใจท้องโล่งสบาย เวลาทำท่าที่ต้องก้มศีรษะลงกับพื้น เลือดจะไปเลี้ยงสมองได้ดี สมองปลอดโปร่ง บอดี้ก็เฟิร์มขึ้นเยอะ เรียนอยู่ 3 เดือนถึงจะจบคอร์ส สามารถบำบัดอาการปวดหลังได้ด้วย เพราะเวลาอาจารย์ไปรักษาคน เราก็จะซ้อนมอเตอร์ไซค์ตามอาจารย์ไปศึกษาวิธีการบำบัดจากอาจารย์ด้วย
 

 
พอกลับมาเมืองไทยก็ยังฝึกหัตถะโยคะอย่างสม่ำเสมอ เราเคยเล่นฟิตเนสมาก่อน แต่รู้สึกว่า การออกกำลังกายแบบนั้นมันได้เฉพาะร่างกาย แต่การเล่นโยคะได้เสริมสร้างจิตใจ ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างกล้ามเนื้อ

เรื่อง Pisut 
ภาพ อนรรฆ อนันต์
SHARE THIS :