The Revolutionary Stripe

การล่องเรือและการประมงนับว่าเป็นวิถีชีวิตริมทะเลที่อยู่คู่กับชาวตะวันตกมาอย่างช้านาน แต่ทราบหรือไม่ว่า เสื้อผ้าสไตล์กะลาสีเรือที่คลาสสิกและมีเสน่ห์ตลอดกาลนั้น แท้จริงแล้วพัฒนามาจากเสื้อผ้าเด็ก! เราจะพาคุณไปรู้จัก Nautica Style ซึ่งไม่เคยห่างหายไปจากโลกแฟชั่น

ก่อนอื่นขออนุญาตย้อนกลับไปที่กลางยุคคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ชาวประมงมักสวมใส่ชุดแจ๊กเก็ตหนัง กางเกงผ้าแคนวาส เสื้อโค้ตตัดเย็บจากผ้าใบเพื่อกันน้ำและกันหนาวจากลมทะเล เสื้อผ้าชาวประมงจึงเรียกได้ว่าตัดเย็บมาเพื่อฟังก์ชันการใช้สอยล้วนๆ แต่พอมาถึงกลางยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในสมัยที่ประเทศอังกฤษเริ่มมีกองทัพเรือเป็นของตัวเอง ทางการจึงต้องเริ่มสร้างชุดยูนิฟอร์มเพื่อให้แยกความแตกต่างระหว่างทหารและชาวประมง สีน้ำเงิน สีขาว สีทอง และสีเงินถูกตั้งขึ้นเป็นกลุ่มสีเพื่อแยกชุดยูนิฟอร์มออกมาจากอาชีพอื่น (ภายหลังจึงมีการตั้งชื่อเฉดสีน้ำเงินนี้ว่า Navy Blue)

การผลิตเสื้อผ้าสมัยนั้นส่วนใหญ่จะผลิตจากผ้าแคนวาส ผ้านิต และผ้าเจอร์ซีย์ซึ่งมีคุณสมบัติกันลมกันน้ำ ดีเทลที่เราเห็นบ่อยๆ อย่างกระดุมบนไหล่เสื้อนิตแขนยาวแสดงถึงกะลาสีเรือของเมืองนั้นๆ เสื้อผ้าสีเดี่ยว เช่น น้ำเงินเข้มถูกแบ่งไว้ให้สำหรับกัปตันเรือ ส่วนเสื้อลายทางสำรองไว้ให้กะลาสีเรือชั้นรองลงมา โดยที่เสื้อผ้ากะลาสีทุกคนมักจะปักชื่อเป็นตัวเขียนไว้ที่อกเสมอ เสื้อผ้าสไตล์กะลาสีเรือสมัยนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นเสื้อสำหรับทำงานมากกว่าที่จะเป็นแฟชั่นของคนทั่วไป



ตัดกลับมาในปี ค.ศ.1846 กระแสของเสื้อผ้าสไตล์นี้เริ่มได้รับความนิยมขึ้น หลังจากที่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรในสมัยนั้น ตั้งใจจะตัดชุดกะลาสีเรือให้กับพระราชโอรส เจ้าชายอัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดแห่งเวลส์ เพื่อที่จะสวมใส่เดินทางล่องเรือยอชต์ส่วนพระองค์ เมื่อประชาชนทั่วไปเห็นเจ้าชายใส่เสื้อสไตล์นี้แล้ว กระแสปากต่อปากก็ทำให้เสื้อผ้าเด็กแบบนี้โด่งดังเป็นพลุแตก บรรดาพ่อแม่ต่างพากันแต่งตัวลูกๆ ตามเจ้าชายอัลเบิร์ต กันทั้งเมือง และจากจุดนั้นก็ได้ขยายความนิยมมาจนถึงกลุ่มสุภาพสตรีชนชั้นสูง จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นเสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมในทุกชนชั้นสตรี



แต่ผู้ที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการเสื้อผ้าสไตล์ Nautica ให้กลายเป็นเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิกตลอดกาล ต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับโคโค่ ชาแนล ที่อยากจะพัฒนาเสื้อกะลาสีเรือให้สตรีใส่ได้ง่ายขึ้น และเปลี่ยนทัศนคติเสื้อผ้าผู้หญิงสมัยก่อนที่รัดรูปและไม่ทะมัดทะแมง จนในที่สุด Classic Breton sailor stripe shirt หรือที่เรียกกันติดปากว่า La Marinière เสื้อแขนยาวลายทางทรงหลวม ผลิตจากผ้าเจอร์ซีย์ชั้นดีได้ถือกำเนิดขึ้น และออกขายครั้งแรกในปี ค.ศ.1917 ภายในร้านของโคโค่ที่เมืองโดวิลล์ (Deauville) เมืองท่าทางตอนเหนือของฝรั่งเศส



สิ่งที่โคโค่ ชาแนลสร้างไว้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับดีไซเนอร์ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในการสร้างชุดสุภาพสตรีให้สวมใส่สบายขึ้น ตั้งแต่นั้นมาเสื้อผ้าสตรีสไตล์ Nautica นี้ถูกปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปในหลากหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเดรสสั้น เดรสยาว ชุดว่ายน้ำ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตแขนยาวมีปกหลังพร้อมผ้าพันคอหรือที่เรียกกันว่า Middy blouses ที่ตอนแรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นเครื่องแบบนักเรียน แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกพัฒนากลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์แฟชั่นซึ่งทุกคนก็ใส่กัน 

ทั้งหมดนี้คือการเดินทางของยูนิฟอร์มทหารไปจนถึงเสื้อผ้าเด็ก จนกลายเป็นแฟชั่นสไตล์คลาสสิกของทุกเพศทุกวัยไปในที่สุด

ไม่เพียงเฉพาะโคโค่ ชาแนลที่ออกแบบการใส่เสื้อลายทาง ดีไซเนอร์โลกปัจจุบันคนอื่นๆ ต่างพากันพัฒนาคีย์พีซชิ้นนี้ให้ถูกสวมใส่ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Jean Paul Gaultier ผู้ที่เรียกได้ว่าแทบจะใส่เสื้อ La Marinière ตลอดเวลาจนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว พัฒนากระโปรงสำหรับผู้ชายเพื่อให้ใส่ได้ยูนิเซ็กส์กับสตรี โดยจะใส่กับเสื้อลายทางและทับด้วยเทรนช์โค้ตหรือไม่ก็แจ๊กเก็ตหนังจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกกันว่า JPG style หรืออย่าง Ralph Lauren และ Tommy Hilfiger ที่พัฒนาเสื้อลายทางให้ขยายเป็นไลน์สินค้าคลาสสิกสไตล์อเมริกัน 



นอกเหนือจากฝั่งแฟชั่นดีไซเนอร์แล้ว ศิลปินจิตรกรรมชื่อดังอย่าง Pablo Picasso, Andy Warhol ไปจนถึงแฟชั่นไอคอนอย่าง Brigitte Bardot ลามไปถึงวงการภาพยนตร์ เช่น การแต่งกายสไตล์ Nautica ทั้งเรื่องที่สวมใส่โดย Björn Andrésen หรือ Tadzio ในหนังคลาสสิกเรื่อง Death in Venice ก็น่าจะเรียกได้ว่าเสื้อแขนยาวลายทาง La Marinière นี้ได้ทรงอิทธิพลในทุกกลุ่มชนจริงๆ

Nautica หรือเสื้อผ้าสไตล์กะลาสีเรือ เสื้อพีโค้ตกระดุมโลหะ เสื้อสเวตเตอร์ทอติดกระดุมที่ไหล่ เบลเซอร์ผู้ชายสี Navy Marine เสื้อแขนยาวลายทาง ชิ้นคลาสสิกเหล่านี้จึงเป็นมากกว่าแค่เสื้อลายทาง แต่มันคือเรื่องราวการเดินทางของเสื้อผ้ายุคอดีตมาจนถึงยุคปัจจุบันที่คลาสสิก อมตะ ไร้กาลเวลา สวมใส่ได้ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Style Book ในนิตยสาร LIPS เดือนมกราคม 2560


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :