The Power Suits

ก่อนที่ Coco Chanel จะออกแบบแจ๊กเก็ตผ้าทวีดเพื่อใส่คู่กับกระโปรงทรงตรงยาวครึ่งแข้ง ผู้หญิงบนโลกใบนี้ล้วนแต่คุ้นเคยกับการใส่คอร์เซ็ตเข้ารูปเพื่อโชว์สัดส่วนเว้าโค้งที่พระเจ้าสร้างให้ Chanel ต้องการให้ผู้หญิงเป็นอิสระจากความรัดรึงนั้นจึงออกแบบแจ๊กเก็ตทรงตรงทำจากผ้าวูลเพื่อนำมาใส่แมตช์กับกระโปรงทรงเดียวกัน เสริมด้วยสร้อยไข่มุก จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในที่สุด นั่นคือจุดเริ่มต้นของสูททำงานผู้หญิงที่ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

Coco Chanel ดีไซเนอร์คนแรกผู้ปฏิวัติการแต่งกายของหญิงสาว

ว่ากันด้วยเรื่องสูท หลายคนอาจจะนึกถึงความเป็นกฎระเบียบและกรอบที่ดูมีความเป็นมืออาชีพในระดับโปร แต่ในทางตรงกันข้าม โดยเฉพาะในโลกของแฟชั่น การหยิบสูทขึ้นมาใส่คือการปฏิวัติตัวเองออกจากความเชื่อเดิมๆ ด้านการแต่งกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสูทแบบผู้ชาย 

Marlene Dietrich และ Katharine Hepburn คือผู้หญิงสองคนที่โดดเด่นจากการใส่สูทแบบผู้ชายตามบทในภาพยนตร์จนกลายมาเป็นภาพจำ โดยเฉพาะ Katharine Hepburn ที่ใส่สูทออกงานจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถ้าหากเธอใส่เดรสอาจจะได้รับการถ่ายภาพมากกว่านี้ หารู้ไม่ว่านี่คือการใช้ 'ลายเซ็น' ที่โดดเด่นและชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตัวของฮอลลีวูด

Marlene Dietrich

Katharine Hepburn

ในยุคนั้นการใส่สูททั้งเซตเหมือนผู้ชายจะกลายเป็นเรื่องของเฟมินิสต์มากกว่ากระแสแฟชั่น ดีไซเนอร์จึงออกแบบกระโปรงที่เข้ากับแจ๊กเก็ตสูทเพื่อยังคงไว้ซึ่งส่วนเว้าโค้ง หนึ่งเสื้อสูทกับกระโปรงที่ถูกคิดค้นขึ้นและกลายเป็นต้นแบบของแฟชั่นในปัจจุบันคือ 'New Look' ของ Christian Dior ต้นกำเนิด 'Bar Jacket' อันโด่งดังมาใส่คู่กับกระโปรงบานทรงเอ สร้างลุคที่ใหม่เพื่อฉลองการเข้าสู่ศตวรรษที่ 50 แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือในปี ค.ศ.1966 ดีไซเนอร์หนุ่มผู้เคยร่วมงานกับ Christian Dior อย่าง Yves Saint Laurent เปิดตัว 'Le Smoking' ทักซิโดสูทเข้ารูปกับกางเกงทรงตรง สร้างรูปทรงที่เปิดโลกใหม่ให้กับชุดสูทสตรี 

(ซ้าย) Christian Dior 'New Look' / (ขวา) Le Smoking โดย Helmut Newton

สองสามทศวรรษถัดมาในยุค 70-80 เสื้อสูทแสดงถึงพลังและอำนาจ ดังเช่นนักแสดงสาว Melanie Griffith ในภาพยนตร์เรื่อง The Working Girl ลุคดุดันในชุดสูทไหล่ตั้งบนปกแผ่นเสียงของนักร้องสาว Grace Jones หรือลุคสูทสไตล์อาวองต์การ์ดของ Thierry Mugler และแน่นอนว่าเมื่อยุค 90 มาถึง ภาพลักษณ์ของหญิงสาวกับสูท Giorgio Armani คือที่สุดแห่งการสร้างสรรค์ ในปี ค.ศ.1996 อาร์มานีสร้างแคมเปญที่ชื่อว่า 'New Normal' โดยออกแบบสูททรงหลวมสไตล์กึ่งลำลอง ซึ่งอาร์มานีได้คัดเลือกผู้หญิงสี่คนเพื่อเป็นตัวแทนของผู้หญิงสี่แบบที่แสดงถึงการแต่งกายที่ไม่มีการตกยุค เขาต้องการให้สูทกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการแต่งกายที่หรูหรา คลาสสิก ขณะเดียวกันก็สามารถเป็นเสื้อผ้าชิ้นที่ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน สูทของอาร์มานีกลายมาเป็นสูทอันดับหนึ่งที่คนทั้งโลกต้องการใส่มากที่สุด

(ขวา) Melanie Griffith / (ซ้าย) Jodie Foster สวมสูท Giorgio Armani ใน Elysium

Grace Jones โดย Jean Paul Goude
   
สูทคือนิยามของเสื้อผ้าสำหรับคนทำงาน ไม่เว้นแม้แต่ตัวแม่อย่างมาดอนน่าก็ยังสวมสูทที่ดีไซน์โดย Jean Paul Gaultier เปิดโชว์คอนเสิร์ต Blonde Ambition Tour เมื่อปี 1990 

Madonna สวมชุด Jean Paul Gaultier ใน 'Blonde Ambition Tour'

(ซ้าย) Jean Paul Gaultier s/s 2013 / (ขวา) The 2014 Reintroduction of Yves Saint Laurent

Hillary Clinton

ล่าสุดปี 2015-16 Gucci ส่งสูทแฟชั่นจัดๆ ออกมาเรื่อยๆ ทั้งพิมพ์ลาย ผ้ากำมะหยี่ หรือแม้กระทั่งผ้าแจ็คการ์ด ตอกย้ำสไตล์การแต่งตัวแบบ Individualist สูทยังคงชิ้นแฟชั่นที่ผู้หญิงต้องมีติดตู้ไว้ตลอดกาล

Fall 2016 สูทมาพร้อมกับความหลากหลายของรูปทรงและเนื้อผ้า แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตัดเย็บที่ประณีตและคัตติ้งชั้นยอดจะทำให้สูทดูดีและอยู่ยงคงกระพัน





จากคอลัมน์ Fashion Talk ในนิตยสาร LIPS ตุลาคม 2559
เรื่อง : ฐาดิณี รัชชระเสวี


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :