The Grand Seduction

เส้นทางตลอด 5 ปีเต็มเป็นบทพิสูจน์ชัดเจนถึงความสำเร็จของ Hive Salon ซึ่งสร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ในวงการเส้นผมด้วยเซ้นส์ด้านแฟชั่น สไตล์ที่โดดเด่นจนเป็นขวัญใจเซเลบริตี้ ซูเปอร์สตาร์ทั้งไทยและต่างประเทศ…ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา เจ้าของแฮร์ซาลอนที่ฮอตที่สุดแห่งยุคพูดคุยกับ Lips อีกครั้ง ในระหว่างการเตรียมปรากฏการณ์ใหม่ที่จะสร้างความตื่นเต้นคึกคักสมการเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีในเดือนนี้

ไม่เคยมีคำว่าธรรมดาถ้า Hive Salon จะจัดงานหรือทำอะไรขึ้นมาสักครั้ง เราได้ยินผู้คนพูดถึงแบรนด์นี้อย่างนี้เสมอ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ …ก้องยิ้มแทนคำตอบ

“เป็นความตั้งใจเดิมอยู่แล้วว่าเราอยากทำงาน collaboration กับไทยดีไซเนอร์ เพื่อดึงสไตล์และแอตติจูดของแบรนด์ออกมาให้ชัดเจนและเป็นแง่มุมใหม่ที่น่าสนใจ ผมมองว่าเราน่าจะไปกันได้ดีกับ Vatanika และเมื่อรวมกันแล้วคงสนุก เห็นคาแร็กเตอร์ของทั้งสองแบรนด์ได้ชัดเจนและขณะเดียวกันก็มีความกลมกลืน”



คุณคงได้เห็นแฟชั่นเซตพิเศษที่ถ่ายทำแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับลิปส์ในฉบับที่แล้ว ซึ่งล้อไปกับแคมเปญใหญ่ในโอกาส 5th Anniversary เทรนด์ผมคอลเล็กชั่นใหม่ถูกตระเตรียมและออกแบบอย่างตั้งใจที่สุดเพื่อถ่ายทอดความงามในแบบที่ก้องเรียกว่า Seductive ซึ่งหมายถึงความมีเสน่ห์ขั้นสุด และแน่นอนว่าถ้ามองในแง่แฟชั่น แบรนด์ Vatanika ก็ดูจะตอบโจทย์นี้ได้ดีสุดโดยไม่มีข้อสงสัย

“แพรมองภาพสไตล์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเฟมินิน ผสมผสานความโกธิก คลาสสิก แต่ก็มีความโมเดิร์นในเวลาเดียวกัน ความอ่อนหวานเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทิ้ง แต่มีความน่าสนใจมากขึ้นอย่างรายละเอียดจากผ้าตาข่าย ขนนก งานฝีมือ ซึ่งอยู่รวมกับลูกไม้และงานปัก เมื่อเทรนด์เสื้อผ้ากับเทรนด์ผมอยู่ด้วยกันแพรว่ามันให้ผลลัพธ์เป็นความสนุก โชว์ที่ออกมาจะบอกเล่าเรื่องราวในตัวเอง เป็นครั้งแรกที่เรานำแฟชั่นเสื้อผ้ากับผมมารวมกันและเชื่อว่าจะน่าติดตาม” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา บอกถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ของเธอ



ระหว่างที่นายแบบนางแบบซึ่งร่วมงานกับ Hive Salon มานานจนทำให้บรรยากาศในกองแฟชั่นสนุกสนานราวกับการกลับมาพบกันของครอบครัวใหญ่ เราคุยกับก้องสั้นๆ ในสตูดิโอระหว่างพักเบรก ซึ่งเป็นช่วงที่เขาพอมีเวลาว่างจากการติดต่องานผ่านโทรศัพท์ แต่ช่างผมตั้งใจทำงานตลอดเวลาคนนี้ก็ยังเช็กดูภาพถ่ายบนจอคอมพิวเตอร์ไปด้วยอยู่ดี

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จุดไหนที่ทำให้คุณคิดว่าตัวเองจะต้องเปิด Hive Salon
“คงต้องบอกก่อนว่าทุกอย่างไม่ได้ปุบปับหรอกครับ ผมค่อยๆ สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ อยู่หลายปีแล้วที่บ้าน เป็นร้านเล็กๆ ห้องเดียวที่มีผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง จนเราเห็นว่าลูกค้าเต็มทุกวัน ผมเริ่มคิดว่าเราน่าจะมีร้าน น่าจะทำแบรนด์ของเราให้โตขึ้น ความรู้สึกมันบอกว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว จึงค่อยๆ วางแผน ลงมือเตรียมทุกอย่างด้วยตัวเองและทีมอีก 6-7 คนในปีแรก”

รู้สึกไหมครับว่าเป็นการเติบโตที่เร็วมาก ในเวลาเพียงแค่ 5 ปี
“ก็ตกใจเหมือนกันนะครับ มันเหมือนเวคอัพคอลว่าเราทำมันมาถึง 5 ปีแล้วเหรอ เรารู้สึกเหมือนกับเวลาเพิ่งผ่านมาไม่นานเท่าไร ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันมาไกลกว่าที่เคยฝันไว้ ไม่คิดเลย เราดีใจกับผลลัพธ์ แต่เราก็รู้ดีว่าพวกเราทำงานกันหนักแค่ไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา”

มีอะไรเกี่ยวกับ Hive Salon และตัวคุณที่คนอื่นอาจจะไม่ทราบไหมครับ
“หลายคนคงคิดว่าง่าย หรือทุกอย่างราบรื่นสวยงาม ทั้งที่ในความเป็นจริงเราทำงานกันหนักจริงๆ ผมยอมรับว่าตัวเองโชคดีหน่อยที่ทางบ้านสนับสนุน แต่ภายในหนึ่งปีแรกผมสามารถคืนทุนให้กับที่บ้านได้หมด คือผมเชื่อว่ามันจะสบายกว่ามากถ้าผมเรียนจบแล้วกลับมาเป็นนักบริหารช่วยสานต่อกิจการที่บ้าน แต่ผมเลือกทำในสิ่งที่ผมรัก เริ่มตั้งแต่สร้างผลงานให้เริ่มเป็นที่รู้จัก สร้างคอนเน็กชั่น สร้างความเชื่อมั่นไว้ใจให้กับลูกค้า ในวงการเส้นผมผมเริ่มจากศูนย์ ไม่มีความรู้หรือสูตรสำเร็จให้เดินตาม แต่ผมทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่ และทำออกมาให้ดีที่สุด ผมพูดได้เลยว่าผมรักอาชีพนี้ เราช่วยให้ลูกค้าสวยขึ้น ดูดีขึ้น เขามีความสุข เราก็มีความสุข มันส่งต่อกันแบบปากต่อปาก ลูกค้ามาหาเราเพิ่มขึ้น ประสบการณ์ของพวกเราก็เลยสะสมเพิ่มขึ้น มันเหมือนโบนัสที่เราเจออยู่ทุกๆ วันกับอาชีพที่เราทำ”



คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรกๆ ในการจัดงาน Hive Salon 5th Anniversary
“หลักๆ เลยคือลูกค้าครับ มีลูกค้าเยอะมากที่เป็นแฟนของ Hive Salon อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่แรก ผมอยากขอบคุณ อยากให้ทุกคนมาสนุกกันในงานใหญ่อีกครั้งของเรา แน่นอนว่ามีความพิเศษหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะการทำโชว์ collaborate กับแบรนด์ Vatanika ซึ่งผมอยากให้มาเห็น สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเราดี ก็น่าจะเข้าใจได้ชัดเจนถึงตัวตนและสไตล์ของเราผ่านสิ่งที่จะเกิดขึ้นในงาน”

คุณมองเห็นภาพสิ่งที่ตัวเองจะทำในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ไหมครับ
“อีก 5 ปีผมก็แตะเลขสี่แล้ว (หัวเราะ) ผมเห็นความมั่นคง ความชัดเจน แน่นอนว่าผมจะยังทำอาชีพที่ตัวเองรักอยู่และจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกรุ่น ที่ไม่ต้องรอนานก็คือเรากำลังจะเปิดสาขาที่ 3 แต่ขออนุญาตยังไม่บอกรายละเอียดตอนนี้นะครับ”
 
แล้วมีอะไรที่คุณบอกได้บ้างครับ
“ผมอยากขอบคุณจริงๆ สำหรับทุกคนที่สนับสนุนเรา ผมและ Hive Salon ไม่มีทางมีวันนี้เลยถ้าไม่ได้รับความเชื่อใจจากลูกค้า นั่นเป็นโอกาสสำคัญให้ผมและทีมได้ทำอาชีพที่เรารักที่จะทำ ถ้ามองกลับไป ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่เราเจอมากกว่าแค่ช่างผมกับลูกค้า เพราะเหมือนครอบครัวมากกว่า เราได้รับความเอ็นดูมาตลอดทั้งจากลูกค้าผมและผู้สนับสนุนด้านอื่นๆ สิ่งนี้มีคุณค่าทางจิตใจมากกับผมและยังส่งต่อไปถึงทีมของผม ผมคิดเสมอว่าทีมเวิร์กสำคัญ ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับเราคนเดียวแต่ยังไปถึงทีมซึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย สิ่งที่ได้รับกลับมาทำให้ผมมีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองรักได้อยู่จนถึงวันนี้ และจะยังทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”



 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

Fashion
Slum Boys : Style is Eternal
ไม่ใช่ปริมาณของเสื้อผ้าที่พาพวกเขามาพบกัน แต่เป็นสไตล์ที่ชักนำให้หนุ่มๆ แฟชั่นไอคอนของเมืองไทยมารวมตัวที่ร้านตัดผม Smile Club ภายใต้ชื่อก๊วนสนุกๆ อย่าง "Slum Boys" ที่ดูเหมือนว่าหนุ่มๆ สมาชิกยังคงสนุกกับการค้นหาไอเท็มที่บ่งบอกสไตล์แบบไม่อิงกับนิยามและข้อจำกัด เพราะเสื้อผ้าทุกชุด แอ๊กเซสซอรี่ทุกชิ้นที่พวกเขาหยิบขึ้นมาสวม หมายถึงตัวตนและแรงบันดาลใจที่พวกเขาค้นพบระหว่างการแต่งตัว
Fashion
Longchamp flagship now opens at The Emquartier
ลองฌอมป์ ชวน อเล็กซ่า ชุง สไตล์ไอคอนระดับโลกบินตรงฉลองเปิดตัว แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในประเทศไทยสุดยิ่งใหญ่ พร้อมประมูลกระเป๋าใบพิเศษที่ออกแบบเพื่อ "ประเทศไทย"  ใบเดียวในโลก