1 / 3

Modern THAI Essence

นับเป็นความท้าทายอีกครั้งของนิตยสารลิปส์ หลังจากที่ได้รับโจทย์จากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ให้ร่วมคิดสร้างสรรค์แฟชั่นเซตปกในธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัยคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2015 จากฝีมือของ 7 ดีไซเนอร์ชั้นนำของสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society) แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกของลิปส์ในการถ่ายแฟชั่นธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัย แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำ ลิปส์ก็ทั้งภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนเสี้ยวเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนและเผยแพร่ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น …และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน 

โครงการไหมไทยร่วมสมัย (Modern Thai Silk) เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง OKMD ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และนักออกแบบที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหมไทยได้เรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ และครั้งนี้ OKMD ได้ร่วมมือกับ 7 ดีไซเนอร์จาก BFS ได้แก่ Issue, Vickteerut, Painkiller, Curated, Tutti, Kloset และ Vipa ในการพัฒนาแฟชั่นคอลเล็กชั่นในรูปแบบแคปซูล คอลเล็กชั่น โดยคัดสรรผ้าไหมไทยร่วมสมัยที่ได้ผ่านการพัฒนาให้มีเนื้อผ้าและสีสันที่ทันสมัย ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตเส้นด้ายและถักทอ มาเป็นวัตถุดิบหลักในการออกแบบและตัดเย็บชุดคอลเล็กชั่นนี้

เมื่อโจทย์ที่ได้เป็นธีมโมเดิร์นไทย ช่างภาพที่เหมาะสมในการมากดชัตเตอร์ครั้งนี้ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่แวะเวียนมาถ่ายแฟชั่นปกให้กับลิปส์เป็นประจำจนคุ้นหน้าคุ้นตาและรู้ใจกันเป็นอย่างดี งานนี้ช่างภาพใหญ่และพี่แม่น บรรณาธิการแฟชั่นเลยขอเปลี่ยนบรรยากาศ ยกกองถ่ายแฟชั่นและนางแบบของเราคราวนี้คือ หญิง-รฐา โพธิ์งาม นักแสดงสาวมากความสามารถ ออกไปตะลุยเมืองเก่าย่านถนนทรงวาด เยาวราช หนึ่งในย่านเก่าแก่สุดคลาสสิกของกรุงเทพมหานคร

ทีมงานนัดกองกันตั้งแต่เช้าที่ร้านกาแฟตรงข้ามวัดปทุมคงคา แม้จะดูซูบไปบ้าง (เมื่อเทียบกับญาญ่าหญิงที่เต็มไปด้วยพลังเหมือนที่เรามักจะเห็นจนชินตา) ระหว่างแต่งหน้าเธอเล่าว่าเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พี่แม่นเลยถามไถ่ด้วยความหวังดีว่าวันนี้เอาที่ไหวนะ ไม่ไหวให้รีบบอก ก่อนจะแซวตบท้ายว่า "ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวจะไปขึ้นเวทีซ้อมใหญ่คอนเสิร์ตของเอ-ไทม์พรุ่งนี้ไม่ไหว" หากอดีตนักร้องสาวตอบกลับด้วยเสียงสดใส "หญิงไหว แค่นี้สบายมาก" ได้ยินอย่างนี้แล้วก็เราก็อดชื่นชมในสปิริตและความเป็นมืออาชีพของเธอไม่ได้ สมกับที่ผ่านการทำงานระดับโลกมาแล้ว

ช็อตแรกพี่ติ๋มเลือกถ่ายแถวริมกำแพงตึกเก่าบริเวณหน้าวัดปทุมคงคา แม้จะเพิ่ง 10 โมงกว่าแต่แสงแดดกลับร้อนแรงแผดเผาทำเอาทีมงานทุกคนเพลียไปตามๆ กันแต่ก็ยังยืนทำงานท่ามกลางแดดจ้าด้วยความเต็มใจ ก่อนที่พี่ติ๋มจะใช้ความเป็นมืออาชีพบวกความเก๋าประสบการณ์รีบกดชัตเตอร์จนได้ภาพที่พอใจ พวกเราทั้งหมดจึงรีบเก็บของขึ้นรถก่อนย้ายโลเคชั่นแบบเร่งด่วนจี๋ชนิดที่หันหน้ามาอีกทีคงไม่ได้เห็นทีมงานแม้แต่คนเดียว

จากนั้นเราย้ายมาสถานที่มาแถวท่าน้ำตรงถนนทรงวาด แดดช่วงบ่ายยิ่งสาดส่องมากกว่าเดิม พี่ติ๋มและพี่แม่นเลือกจุดถ่ายช็อตต่อไปภายในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง สองข้างทางเป็นตึกแถวเก่าขนาด 2 ชั้นเรียงรายไปตลอดตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย ช็อตนี้นักแสดงสาวสวมชุดกระโปรงผ้าไหมยาวสีขาวนวล บวกกับบรรยากาศรอบๆ ที่เป็นตึกเก่าคลาสสิกยิ่งช่วยขับให้เธอโดดเด่นมากขึ้นไปอีก และเพราะจุดที่ถ่ายเป็นซอยแคบๆ บางจังหวะทำให้รถยนต์หลายคันต้องหยุดรอ ระหว่างนั้นน้องหญิงก็รีบหันไปแจกยิ้มหวานให้พี่ๆ คนขับรถพร้อมก้มหน้าหน้าเป็นเชิงขออนุญาต ทำให้เราได้เห็นมุมน่ารักๆ ของเธอแม้ว่าจะต้องทำงานท่ามกลางแดดร้อนจ้า

ส่วนช็อตทีเด็ดเป็นช็อตที่พี่ติ๋มให้นางแบบของเราในชุดกระโปรงยาวเดินขึ้นไปบนระเบียงชั้น 2 ของตัวตึกเพื่อเก็บภาพเธอและนายแบบหนุ่มต่างชาติ ทำเอาเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านและคนทำงานละแวกนั้นไปตามๆ กันพูดได้ว่าแฟชั่นเซตนี้ทุ่มทุนสร้างด้วย 'ใจ' ของทีมงานทุกคน รับประกันว่าลิปสเตอร์จะได้เห็นความสวยของชุดผ้าไหมไทยที่ดีไซน์ทันสมัยอย่างเต็มอิ่ม
นับเป็นความท้าทายอีกครั้งของนิตยสารลิปส์ หลังจากที่ได้รับโจทย์จากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ให้ร่วมคิดสร้างสรรค์แฟชั่นเซตปกในธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัยคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2015 จากฝีมือของ 7 ดีไซเนอร์ชั้นนำของสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society) แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกของลิปส์ในการถ่ายแฟชั่นธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัย แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำ ลิปส์ก็ทั้งภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนเสี้ยวเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนและเผยแพร่ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น …และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน 

โครงการไหมไทยร่วมสมัย (Modern Thai Silk) เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง OKMD ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และนักออกแบบที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหมไทยได้เรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ และครั้งนี้ OKMD ได้ร่วมมือกับ 7 ดีไซเนอร์จาก BFS ได้แก่ Issue, Vickteerut, Painkiller, Curated, Tutti, Kloset และ Vipa ในการพัฒนาแฟชั่นคอลเล็กชั่นในรูปแบบแคปซูล คอลเล็กชั่น โดยคัดสรรผ้าไหมไทยร่วมสมัยที่ได้ผ่านการพัฒนาให้มีเนื้อผ้าและสีสันที่ทันสมัย ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตเส้นด้ายและถักทอ มาเป็นวัตถุดิบหลักในการออกแบบและตัดเย็บชุดคอลเล็กชั่นนี้

เมื่อโจทย์ที่ได้เป็นธีมโมเดิร์นไทย ช่างภาพที่เหมาะสมในการมากดชัตเตอร์ครั้งนี้ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่แวะเวียนมาถ่ายแฟชั่นปกให้กับลิปส์เป็นประจำจนคุ้นหน้าคุ้นตาและรู้ใจกันเป็นอย่างดี งานนี้ช่างภาพใหญ่และพี่แม่น บรรณาธิการแฟชั่นเลยขอเปลี่ยนบรรยากาศ ยกกองถ่ายแฟชั่นและนางแบบของเราคราวนี้คือ หญิง-รฐา โพธิ์งาม นักแสดงสาวมากความสามารถ ออกไปตะลุยเมืองเก่าย่านถนนทรงวาด เยาวราช หนึ่งในย่านเก่าแก่สุดคลาสสิกของกรุงเทพมหานคร

ทีมงานนัดกองกันตั้งแต่เช้าที่ร้านกาแฟตรงข้ามวัดปทุมคงคา แม้จะดูซูบไปบ้าง (เมื่อเทียบกับญาญ่าหญิงที่เต็มไปด้วยพลังเหมือนที่เรามักจะเห็นจนชินตา) ระหว่างแต่งหน้าเธอเล่าว่าเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พี่แม่นเลยถามไถ่ด้วยความหวังดีว่าวันนี้เอาที่ไหวนะ ไม่ไหวให้รีบบอก ก่อนจะแซวตบท้ายว่า "ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวจะไปขึ้นเวทีซ้อมใหญ่คอนเสิร์ตของเอ-ไทม์พรุ่งนี้ไม่ไหว" หากอดีตนักร้องสาวตอบกลับด้วยเสียงสดใส "หญิงไหว แค่นี้สบายมาก" ได้ยินอย่างนี้แล้วก็เราก็อดชื่นชมในสปิริตและความเป็นมืออาชีพของเธอไม่ได้ สมกับที่ผ่านการทำงานระดับโลกมาแล้ว

ช็อตแรกพี่ติ๋มเลือกถ่ายแถวริมกำแพงตึกเก่าบริเวณหน้าวัดปทุมคงคา แม้จะเพิ่ง 10 โมงกว่าแต่แสงแดดกลับร้อนแรงแผดเผาทำเอาทีมงานทุกคนเพลียไปตามๆ กันแต่ก็ยังยืนทำงานท่ามกลางแดดจ้าด้วยความเต็มใจ ก่อนที่พี่ติ๋มจะใช้ความเป็นมืออาชีพบวกความเก๋าประสบการณ์รีบกดชัตเตอร์จนได้ภาพที่พอใจ พวกเราทั้งหมดจึงรีบเก็บของขึ้นรถก่อนย้ายโลเคชั่นแบบเร่งด่วนจี๋ชนิดที่หันหน้ามาอีกทีคงไม่ได้เห็นทีมงานแม้แต่คนเดียว

จากนั้นเราย้ายมาสถานที่มาแถวท่าน้ำตรงถนนทรงวาด แดดช่วงบ่ายยิ่งสาดส่องมากกว่าเดิม พี่ติ๋มและพี่แม่นเลือกจุดถ่ายช็อตต่อไปภายในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง สองข้างทางเป็นตึกแถวเก่าขนาด 2 ชั้นเรียงรายไปตลอดตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย ช็อตนี้นักแสดงสาวสวมชุดกระโปรงผ้าไหมยาวสีขาวนวล บวกกับบรรยากาศรอบๆ ที่เป็นตึกเก่าคลาสสิกยิ่งช่วยขับให้เธอโดดเด่นมากขึ้นไปอีก และเพราะจุดที่ถ่ายเป็นซอยแคบๆ บางจังหวะทำให้รถยนต์หลายคันต้องหยุดรอ ระหว่างนั้นน้องหญิงก็รีบหันไปแจกยิ้มหวานให้พี่ๆ คนขับรถพร้อมก้มหน้าหน้าเป็นเชิงขออนุญาต ทำให้เราได้เห็นมุมน่ารักๆ ของเธอแม้ว่าจะต้องทำงานท่ามกลางแดดร้อนจ้า

ส่วนช็อตทีเด็ดเป็นช็อตที่พี่ติ๋มให้นางแบบของเราในชุดกระโปรงยาวเดินขึ้นไปบนระเบียงชั้น 2 ของตัวตึกเพื่อเก็บภาพเธอและนายแบบหนุ่มต่างชาติ ทำเอาเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านและคนทำงานละแวกนั้นไปตามๆ กันพูดได้ว่าแฟชั่นเซตนี้ทุ่มทุนสร้างด้วย 'ใจ' ของทีมงานทุกคน รับประกันว่าลิปสเตอร์จะได้เห็นความสวยของชุดผ้าไหมไทยที่ดีไซน์ทันสมัยอย่างเต็มอิ่ม
นับเป็นความท้าทายอีกครั้งของนิตยสารลิปส์ หลังจากที่ได้รับโจทย์จากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ให้ร่วมคิดสร้างสรรค์แฟชั่นเซตปกในธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัยคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2015 จากฝีมือของ 7 ดีไซเนอร์ชั้นนำของสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society) แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกของลิปส์ในการถ่ายแฟชั่นธีมผ้าไหมไทยร่วมสมัย แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำ ลิปส์ก็ทั้งภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนเสี้ยวเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนและเผยแพร่ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น …และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน 

โครงการไหมไทยร่วมสมัย (Modern Thai Silk) เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง OKMD ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และนักออกแบบที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหมไทยได้เรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ และครั้งนี้ OKMD ได้ร่วมมือกับ 7 ดีไซเนอร์จาก BFS ได้แก่ Issue, Vickteerut, Painkiller, Curated, Tutti, Kloset และ Vipa ในการพัฒนาแฟชั่นคอลเล็กชั่นในรูปแบบแคปซูล คอลเล็กชั่น โดยคัดสรรผ้าไหมไทยร่วมสมัยที่ได้ผ่านการพัฒนาให้มีเนื้อผ้าและสีสันที่ทันสมัย ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตเส้นด้ายและถักทอ มาเป็นวัตถุดิบหลักในการออกแบบและตัดเย็บชุดคอลเล็กชั่นนี้

เมื่อโจทย์ที่ได้เป็นธีมโมเดิร์นไทย ช่างภาพที่เหมาะสมในการมากดชัตเตอร์ครั้งนี้ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่แวะเวียนมาถ่ายแฟชั่นปกให้กับลิปส์เป็นประจำจนคุ้นหน้าคุ้นตาและรู้ใจกันเป็นอย่างดี งานนี้ช่างภาพใหญ่และพี่แม่น บรรณาธิการแฟชั่นเลยขอเปลี่ยนบรรยากาศ ยกกองถ่ายแฟชั่นและนางแบบของเราคราวนี้คือ หญิง-รฐา โพธิ์งาม นักแสดงสาวมากความสามารถ ออกไปตะลุยเมืองเก่าย่านถนนทรงวาด เยาวราช หนึ่งในย่านเก่าแก่สุดคลาสสิกของกรุงเทพมหานคร

ทีมงานนัดกองกันตั้งแต่เช้าที่ร้านกาแฟตรงข้ามวัดปทุมคงคา แม้จะดูซูบไปบ้าง (เมื่อเทียบกับญาญ่าหญิงที่เต็มไปด้วยพลังเหมือนที่เรามักจะเห็นจนชินตา) ระหว่างแต่งหน้าเธอเล่าว่าเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พี่แม่นเลยถามไถ่ด้วยความหวังดีว่าวันนี้เอาที่ไหวนะ ไม่ไหวให้รีบบอก ก่อนจะแซวตบท้ายว่า "ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวจะไปขึ้นเวทีซ้อมใหญ่คอนเสิร์ตของเอ-ไทม์พรุ่งนี้ไม่ไหว" หากอดีตนักร้องสาวตอบกลับด้วยเสียงสดใส "หญิงไหว แค่นี้สบายมาก" ได้ยินอย่างนี้แล้วก็เราก็อดชื่นชมในสปิริตและความเป็นมืออาชีพของเธอไม่ได้ สมกับที่ผ่านการทำงานระดับโลกมาแล้ว

ช็อตแรกพี่ติ๋มเลือกถ่ายแถวริมกำแพงตึกเก่าบริเวณหน้าวัดปทุมคงคา แม้จะเพิ่ง 10 โมงกว่าแต่แสงแดดกลับร้อนแรงแผดเผาทำเอาทีมงานทุกคนเพลียไปตามๆ กันแต่ก็ยังยืนทำงานท่ามกลางแดดจ้าด้วยความเต็มใจ ก่อนที่พี่ติ๋มจะใช้ความเป็นมืออาชีพบวกความเก๋าประสบการณ์รีบกดชัตเตอร์จนได้ภาพที่พอใจ พวกเราทั้งหมดจึงรีบเก็บของขึ้นรถก่อนย้ายโลเคชั่นแบบเร่งด่วนจี๋ชนิดที่หันหน้ามาอีกทีคงไม่ได้เห็นทีมงานแม้แต่คนเดียว

จากนั้นเราย้ายมาสถานที่มาแถวท่าน้ำตรงถนนทรงวาด แดดช่วงบ่ายยิ่งสาดส่องมากกว่าเดิม พี่ติ๋มและพี่แม่นเลือกจุดถ่ายช็อตต่อไปภายในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง สองข้างทางเป็นตึกแถวเก่าขนาด 2 ชั้นเรียงรายไปตลอดตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย ช็อตนี้นักแสดงสาวสวมชุดกระโปรงผ้าไหมยาวสีขาวนวล บวกกับบรรยากาศรอบๆ ที่เป็นตึกเก่าคลาสสิกยิ่งช่วยขับให้เธอโดดเด่นมากขึ้นไปอีก และเพราะจุดที่ถ่ายเป็นซอยแคบๆ บางจังหวะทำให้รถยนต์หลายคันต้องหยุดรอ ระหว่างนั้นน้องหญิงก็รีบหันไปแจกยิ้มหวานให้พี่ๆ คนขับรถพร้อมก้มหน้าหน้าเป็นเชิงขออนุญาต ทำให้เราได้เห็นมุมน่ารักๆ ของเธอแม้ว่าจะต้องทำงานท่ามกลางแดดร้อนจ้า

ส่วนช็อตทีเด็ดเป็นช็อตที่พี่ติ๋มให้นางแบบของเราในชุดกระโปรงยาวเดินขึ้นไปบนระเบียงชั้น 2 ของตัวตึกเพื่อเก็บภาพเธอและนายแบบหนุ่มต่างชาติ ทำเอาเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านและคนทำงานละแวกนั้นไปตามๆ กันพูดได้ว่าแฟชั่นเซตนี้ทุ่มทุนสร้างด้วย 'ใจ' ของทีมงานทุกคน รับประกันว่าลิปสเตอร์จะได้เห็นความสวยของชุดผ้าไหมไทยที่ดีไซน์ทันสมัยอย่างเต็มอิ่ม
SHARE THIS :